Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby อารยา on Fri Oct 02, 2009 2:26 pm

"พล.อ.ชวลิต" สมัครเป็นสมาชิกเพื่อไทยแล้ว
2 ตค. 2552 09:51 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/r ... lang=&cat=
เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เดินทางมาพรรคเพื่อไทย เพื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรค ท่ามกลาง ส.ส.พรรคเพื่อไทยมารอต้อนรับอย่างคับคั่ง อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค โดย พล.อ.ชวลิต กล่าวสั้น ๆ ว่า "จะยึดหลักการทำงานตามแนวทางสมานฉันท์ เพราะมองว่า ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เพื่อให้ชาติไปรอด ต้องให้เกียรติ ต้องอโหสิกรรม ต่อกัน หันหน้าเข้ามาหากัน เพื่อทำอย่างไรให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดได้"


หลังจากลูกพรรคส่วนใหญ่ของอดีตพรรคพลังประชาชนรอคอยหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริงมาเกือบปี วันนี้ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ์ เข้ามาเสนอตัวเป็นว่าที่ ซึ่งจะแทนนายยงยุทธ์ วิชัยดิษฐ์ ที่ออกข่าวว่าจะลาออกมานับสิบครั้ง เนื่องจากเบื่อตัวเองที่เป็นแค่เจว็ด

พล.อ. ชวลิต ไม่เกี่ยงอยู่แล้วกับสภาพกินน้ำใต้ศอก เคยยอมเป็นรองนายกฯให้ทักษิณเมื่อปี 2544 ทั้งๆที่ตัวเองเคยเป็นนายกฯมาก่อนในปี 2539 ไม่เคยมีอดีตนายกฯคนใดในประวัติศาสตร์ยอมลดเกียรติภูมิของตัวเองถึงขนาดนั้น เคยแม้กระทั่งเป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคพลังประชาชนหลังจากไทยรักไทยถูกศาลสั่งยุบเมื่อต้นปี 2550 แต่แพ้นายสมัครที่ยอมหน้าด้านประกาศว่าขอเป็น “นอมินี” อดีตนายกฯหน้าเหลี่ยม ช่วงนั้น รัฐบาลสุรยุทธ์เตรียมให้มีการเลือกตั้งในปลายปี หลังจากรัฐธรรมนูญ คมช. ผ่านประชามติไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2550

พล.อ. ชวลิต ออกมานั่งบีบสิวข้างสนามพักใหญ่ก่อนขยับเข้ามาร่วมรัฐบาลสมชาย น้องเขยของคนหน้าเหลี่ยมในเดือนกันยายน 2551
ได้วิบากกรรมติดปลายนวมในเดือนต่อมากรณีม๊อบ 7 ตุลา เมื่อศาล(เพิ่ง)สั่งไปเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจสลายม๊อบเป็นเหตุให้เกิดบาดเจ็บล้มตาย

เหมือนรู้ตัวว่ายังต้องกลับเข้ามาชดใช้กรรมเก่า พล.อ. ชวลิต วันนี้จึงแส่หาเรื่องมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือไม่ก็ยังหลงตัวเองว่าเป็น "กาวใจ"

สามสิบปีที่ผ่านมา "บิ๊กจิ๋ว" คนนี้เป็นมาหลายอย่าง แต่ล้มเหลวทุกเรื่องก็ว่าได้ เป็นนายกฯได้ปีเดียวบ้านเมืองก็พบหายนะทางการเงิน ไทม์แม็กาซีนฉบับปีใหม่ 2541 ลงภาพหน้าปกที่เปรียบความฉิบหายทางการเงินของไทยเหมือนคนโง่ที่ก้าวเดินเข้าสู่กองเพลิงเหมือนไม่รู้ว่าจะมอดไหม้ (swap เงินคงคลังอย่างบ้าคลั่งจนเกลี้ยง)
ย้อนกลับไปปี 2529 ปีก็ออกแบบ “สภาเปรซสิเดียม” ในช่วงเดียวกับที่ขลุกอยู่กับนายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร คอมมิวนิสต์ใหญ่ และกำลังปั้น โครงการ "อีสานเขียว" คุณคึกฤทธิ์คงเหลืออดจึงต้องกระซิบดังๆว่า “กูไม่กลัวมึง” หลังจากนั้น ไม่มีใครที่จะไม่นึกถึง “สภาโจ๊ก” เวลาเอ่ยถึง พล.อ. ชวลิต จากนั้นก็เข้าใจไปเองว่าตนคือทายาทป๋าในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ รอถึงปีที่ 8 ป๋าก็ไม่ลงจากเก้าอี้ ตัวเองเลยตัดสินใจลาจากกองทัพไปฟันฝ่าอุปสรรคด้วยลำแข้งบนเส้นทางสู่ดวงดาว จากนั้นก็ระหกระเหินไม่เป็นส่ำมาจนถึงทุกวันนี้

พล.อ. เปรม เพิ่งเอ่ยคำ "ผมพอแล้ว" ในเดือนเมษายน 2531 พรรคชาติพัฒนาของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัน ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายเดือนกรกฏาคมปีนั้น จัดตั้งรัฐบาลผสมเสร็จวันที่ 2 สิงหาคม 2531
พล.อ. ชวลิต เข้ามาร่วมรัฐบาลได้พักเดียวก็พบแรงเสียดสีกรณี "ตู้ทองเคลื่อนที่" จาก "เหลิมดาวเทียม" จนในที่สุดต้องจากมาในปี 2532
เดือนกุมภาพันธ์ 2534 รสช. ยึดอำนาจรัฐบาลชาติชาย บิ๊กจิ๋วทำท่าเป็นว่าที่หัวหน้ารัฐบาลคณะรัฐประหาร พล. อ. สุจินดา พูดทีเล่นทีจริงว่า "มองหัวแม่ตีนก็รู้ใจ" บิ๊กจิ๋วเป็นปลื้ม รอจนเกิดพฤษภาทมิฬ 2535 ก็ไม่มีวี่แวว
ช่วงสองสามวันสุดท้ายของเหตุการณ์ หลายคนอาจยังจำกองทัพมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ป่วนเมืองท่ามกลางเปลวไฟและควันปืน
ผู้สันทัดกรณีบอกว่า ขบวนการที่เติมเชื้อมิคสัญญีให้กับให้กับบ้านเมืองครั้งนั้น เป็นคำสั่งมาจากซุ้มปิ่นประภาคมแถวเมืองนนท์


พรรคเพื่อไทยวันนี้ดูไปก็เหมือน ทรท. สาขา 3 หลังจาก "พลังประชาชน" ล้มเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน ถ้าพล.อ.ชวลิต เอาทักษิณกลับบ้านไม่สำเร็จ คนหน้าเหลี่ยมคงหมดตัวเลือกแล้ว เพราะขนาดมะกอกสามตะกร้าอย่างออหมัก สมชาย น้องเขยในคาถายังเอาไม่อยู่ อดีตคนไข้อังไซเมอร์จะไปทำอะไรได้ ป่านนี้ก็ยังพูดไม่รู้เรื่องว่าจะเข้ามาเป็นประธานพรรค หัวหน้าที่ปรึกษาพรรค หรือจะเป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่ต้องพูดว่าหลังจากเป็นอะไรสักอย่าง จะทำเพื่อเพื่อบ้านเมือง หรือคิดเพียงเข้ามาทตอบแทนนบุญคุณ
ประเด็นคงอยู่ที่ว่า ถ้าพล.อ. ชวลิตอยู่จนถึงวันที่มีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ผลลัพธ์จะออกมาเข้าเป้า คือพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ชายชื่อชวลิตจะล้าง “อาถรรพ์นอมินี” สำเร็จไหม เชื่อว่า นับจากนี้ไปทักษิณจะออกโรงโฟนอินเหนื่อยกว่าที่เคยเป็นต้องช่วย 2 นอมินีเดิมที่เข้ามาคนละครึ่งปี ก็ไม่แน่ บิ๊กจิ๋วอาจอยู่กับ "เพื่อไทย" ไม่นานขนาดนั้นก็ได้ คงพอใจอยู่ "เพื่อแม้ว" จนถึงวาระสุดท้ายมากกว่า

ช่วง “แดงทั้งเดือน” ตุลาคมนี้ คงมีำตอบจาก "นิวจิ๋ว" ให้บอกอะไรได้บ้างว่าจะประสานงานกับพวกหัวขวดได้เข้าขาหรือเข้าป่ากันแน่
:อ๊วก:

วันนี้ ไอ้ตู่ออกตัวเรื่อง "แดงทั้งเดือน" ว่า ไม่ได้ตั้งใจหาจังหวะซ้ำเติมรัฐบาลอะไร แต่เป็นการเคลื่อนไหวปกติที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว
วันที่ 11 ต.ค.จะชูธงทวงรัฐธรรมนูญ 2540 พร้อมยื่นถอดถอนนายกฯ ที่บริหารประเทศผิดพลาด
จากนั้น 17 ต.ค.จะทวงถามกระบวนการส่งกลับฎีกาพระราชทานอภัยโทษคืนสำนักพระราชวังซึ่งขณะนี้ผ่านมา 60 วันแล้ว
วันที่ 24 ต.ค.จะเปิดเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา
และในวันที่ 31.ต.ค. จะชุมนุมครบรอบวันเสียวิตของนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่ต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
http://www.manager.co.th/Politics/ViewN ... 0000116153


ดูแล้วก็ตามสูตรป่วนเมืองที่เคยทำมาแล้ว ไม่ต่างจากยุทธการ "แดงทั้งแผ่นดิน" ที่เริ่มและเหลวมาตั้งแต่ 1 พฤศจิกายนปีกลาย
อย่าลืมว่า พล.อ. ชวลิต นอกจากมีชนักติดหลังกรณี 7 ตุลา ยังมีสถานะขัดแย้งกับฐานคติต่อต้านอมาตยาธิปไตยของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะต้องไม่ลืมว่า พล.อ ชวลิตก็เป็นหนึ่งใน "ลูกป๋า" แต่ก็อาจเป็นเหตุปัจจัยเหล่านี้ก็ได้ที่ทำให้ พล.อ.ชวลิต ตัดสินใจออกมาเสี่ยงดวงอีกรอบ ดีกว่าปิดโอกาสตัวเอง เพราะถ้ากลุ่มเสื้อแดงทำำสำเร็จ ตัวเองก็พ้นมลทินไปด้วย
จุดอ่อนของ พล.อ. ชวลิต คือพูดไม้ศัพท์ บางครั้งอาจตั้งใจให้คนจับไปกนะเดียด แต่ส่วนใหญ่เป็นไปตามบุคลิกเดิม สร้างความสับสนมานักต่อยีก จนเกือบเสียบ้านเสียเมืองก็เคบเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าในยามรบที่ร่มเกล้า หรือยามสงบที่ต้องนั่งซดต้มยำกุ้ง
ดีหน่อยที่บัดนี้ คนส่วนใหญ่พอเข้าใจแล้วว่าไม่ค่อยมีคนเข้าใจสิ่งที่ท่านพูด ต่างจากในอดีตที่พอฟังท่านพูดไม่รู้เรื่อง ก็คิดว่าปัญยาเราคงเข้าไม่ถึง
นี่คือข้อดีที่จะทำให้รัฐบาลไม่ต้องมีภาระหรือเสียเวลาในการอ่านหรือตีความท่าทีของฝ่ายค้านอีกต่อไป
มีเวลามาบริหารบ้านเมืองมากขึ้น ทำำการเมืองให้นิ่งสะดวกขึ้น และเพียงแค่การเมืองนิ่ง อานิสงส์ก็เกิดกับปวงชนชาวไทยที่กำลังหารัฐบาลที่จะทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น ปชป. เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายกฯอภิสิทธิ์ให้สภาไปถกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ กับ การนิรโทษกรรมคนหน้าเหลี่ยม เป็น 2 ประเด็นร้อนที่ทั้งปี 2551 รัฐบาลนอมินีสมัครกับสมชายแค่เอ่ยปากก็ถูกฝ่ายค้านต้านยับ หัวหน้าฝ่ายค้านจากพรรคประชาธิปัตย์คืออภิสิทธิ์นี้เองที่โต้ว่าเป็นการทำที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ คนที่ได้เป็นทักษิณกับอดีตผู้บริหารพรรคที่ถูกยุบไปแล้วเท่านั้น ถึงวันที่มีรัฐบาลอภิสิทธิ์และดำริเรื่องเดียวกัน ปชป. ส่งนายชวนกับบัญญัติออกมาพูดไม่เห็นด้วย ผลปรากฎว่านายกฯอภิสิทธิ์กลับมาได้แรงหนุนจากพรรคเพื่อไทย เหมือนหนังคนละม้วน
ฝ่ายค้านแม้จะรู้ว่าเป็นแทกติกการซื้อเวลาของรัฐบาล แต่นั่นเป็นโอกาสหรือทางออกเดียวที่จะทำให้กับนายใหญ่ได้กลับมา กลายเป็นต้องร้องเพลง "รู้เขาหลอกก็ยอมให้เขาหลอก"

ถึงวันนี้ ฝ่ายค้านสมานฉันท์จอมปลอมเพิ่งได้ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญมา 6 ข้อ ไม่เห็นพรรคประชาธิปัตย์ออกความเห็นว่าอะไร

นอกจากการเมืองนิ่งแล้ว แกนนำพรรคเพื่อไทยหลงทาง ไม่ทันเกม เร่งหาตัวนายกฯมาแทนอภิสิทธิ์ เพราะคิดไปเองว่าประชาธิปัตย์แตกกรณีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯลาออก
แน่นอน ประชาธิปัตย์มีราคาที่ต้องจ่ายให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย
นายกฯได้ทุกอย่างที่คนใกล้ตัวนายกฯออกไปต่อรองกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และอาจได้เกินกว่าที่ตกลงกันไว้
นักต่อรองผลประโยชน์ของพรรคจึงต้องรับผิดชอบ เช่น อาจทำให้พรรคภูมิใจไทยผิดหวัง เป็นต้น
ถ้าคุณนิพนธ์ลาออก ก็ด้วยเหตุนี้ หากยังยึดติดเก้าอี้อยู่ ก็คบกันครั้งเดียว

พรรคที่มีประสบการณ์สูงมองทะลุว่า ใครควรเล่นบทอะไร ฉากไหน และต้องตีบทให้แตก
หลักการคือ คนเป็นนายกฯต้องรักษาบ้านรักษาเมือง พรรคเป็นอันดับรอง ต่างจากนักการเมืองทั่วไปที่ต้องทำให้พรรคอยู่ได้ก่อนตามระบบตรวจสอบและคานอำนาจรัฐ ฝ่ายค้านอาจเห็นด้วยกับรัฐบาลในระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เกือบร้อยทั้งร้อยที่ไม่มีใครแหกคอกถึงเวลาโหวต
มองจากรัฐบาล วันนี้นายกอภิสิทธิ์ต้องรู้ว่าคนในอำนาจเก่าคนไหนที่ต้องไม่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สำคัญ และใครที่จะเป็นประโยชน์ต่อภารกิจของรัฐบาล เสถียรภาพของรัฐบาลต้องมาก่อน

พรรคที่มีประสบการณ์สูงจะมีแกนนำที่แยกความขัดแย้งส่วนตัวออกจากปัญหาของบ้านเมืองได้ไม่ยาก แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่รู้ว่าจะไม่ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ แต่จะทำตรงกันข้าม อย่าให้ปัญหาของคนๆเดียวมาทำลายพรรค เคล็ดลับนี้ พรรคอื่นก็อาจรู้ แต่ในทางปฏิบัติแพ้ภัยตัวเองกันเป็นส่วนใหญ่ กี่ร้อยกี่พันพรรคการเมืองที่ผ่านมาครึ่งศตวรรษจึงกลายเป็นพรรคเฉพาะกิจกันไปหมด

วันนี้ฝ่ายค้านลิงโลดกระโดดใส่เรื่องแก้รัฐธรรนูญ และออกอาการน่าเกลียด ปฏิเสธการทำประชามติ

ถือว่า 9 เดือนที่ผ่านมา นายกฯอภิสิทธิ์สามารถรักษาบรรยากาศการเมือง ในพรรค ปชป. และ ครม. มิให้กระเพื่อมได้สำเร็จ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby ScaRECroW on Sat Oct 03, 2009 9:17 am

ขวลิต เป็นคนน่าทึ่ง สามารถทำให้คำว่า "ขงเบ้ง" แปลว่าโง้
ScaRECroW
 
Posts: 32
Joined: Sat Mar 28, 2009 4:03 am

Re: เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby อารยา on Sat Oct 03, 2009 10:35 am

:จ๊าก: ไม่มีวลีใดจะเหมาะกว่านี้แล้วครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

พลเอก ชวลิต กับหนทางสู่ดวงดาว

Postby อารยา on Sat Oct 03, 2009 12:11 pm

เผอิญอารยาพูดถึง พล.อ.ชวลิต ใน สยามรัฐ 19 กุมภาพันธ์ 2534 (ก่อน รสช. ยึดอำนาจไม่ถึงอาทิตย์):

ล่วงเข้าปี 2531 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ยื่นใบลาออกจากกองทัพต่อ พล.อ.เอกเปรม ติณสูลานนท์ ตามที่ลั่นวาจา แต่ป๋าก็ระงับไว้ ในขณะที่ไร้วี่แววว่า พล.อ.เปรม จะก้าวลงจากอำนาจตาม “โผ” ที่เชื่อกันว่า พล.อ. ชวลิต จะได้รับการผ่องถ่ายอำนาจ

จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ พล.อ. เปรม กล่าวคำว่า “พอแล้ว” ในเดือนเมษายนปีนั้น ความฝันของ พล.อ.ชวลิต ที่จะได้เป็นทายาทในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือ "เปรมาธิปไตย" ก็พลันหลุดลอย เพราะนั่นคือทางออกที่ พล.อ. เปรมถูกบังคับให้เลือก เพื่อหลีกทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไป พลตรีชาติชาย ชุณหะวัน (ยศขณะนั้น) นำพรรคชาติพัฒนาชนะการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2531 พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ขณะนั้นพบเงื่อนไขที่ต้องสละตำแหน่งผบ.ทบ. เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลชาติชาย
แต่กว่าจะมั่นใจ และได้เป็นรองนายกฯก็ล่วงมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2532 รัฐบาลชาติชายกลับสั่นคลอนกว่าเดิมหลังจากนั้นเมื่อเมื่อสหภาพแรงงานเดินขบวนเขย่ารัฐบาลไม่หยุด และพล.อ.ชวลิต ก็ดูเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แม้จะมีคำห้ามปรามบ้าง แต่พล.อ. ชาติชาย มองออกว่าบิ๊กจิ๋วปากว่าตาขยิบมากกว่า
แล้วบิ๊กจิ๋วก็พบปัญหา “ตู้ทองเคลื่อนที่” ภายใต้ปฏิบัติการของ "เหลิม ดาวเทียม" จนทนไม่ไหว ขอลาออกจากรัฐบาลพร้อมลั่นว่าจะไม่ขอ “ลงโบสถ์” ร่วมกับรัฐบาลชาติชายตลอดชาตินี้

แต่พอไม่มีอำนาจอันใดแล้ว กรรมเก่าของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เคยสร้าง “สภาปฏิวัติ” 2529 ศึกร่มเกล้าปี 2531 โครงการ (ปาหี่)อีสานเขียวก็ส่งผลให้ “ขงเบ้งแห่งกองทัพบก” ตกที่นั่งเอาแน่เอานอนไม่ได้
และคงต้องอยู่ในบ่วงกรรมนี้ตลอดไป
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby อารยา on Sun Oct 04, 2009 11:16 am

อารยาOct 02, 2009 2:26 pm wrote:...นอกจากการเมืองนิ่งแล้ว แกนนำพรรคเพื่อไทยหลงทาง ไม่ทันเกม เร่งหาตัวนายกฯมาแทนอภิสิทธิ์ เพราะคิดไปเองว่าประชาธิปัตย์แตกกรณีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกฯลาออก
แน่นอน ประชาธิปัตย์มีราคาที่ต้องจ่ายให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่างภูมิใจไทย
นายกฯได้ทุกอย่างที่คนใกล้ตัวนายกฯออกไปต่อรองกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล และอาจได้เกินกว่าที่ตกลงกันไว้
นักต่อรองผลประโยชน์ของพรรคจึงต้องรับผิดชอบ...
คนเป็นนายกฯต้องรักษาบ้านรักษาเมือง พรรคเป็นอันดับรอง... ต่างจากนักการเมืองทั่วไปที่ต้องทำให้พรรคอยู่ได้ก่อน...


"นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" กลืนเลือดเดียวดาย มติชน 04 ตุลาคม พ.ศ. 2552 http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-10-04 wrote:..."อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ตัดสินใจตั้ง "พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ" เป็น "รักษาการ ผบ.ตร." ทำให้ "นิพนธ์" ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยื่นใบลาออกจาก "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี"

แน่นอนไม่ใช่การยื่นใบลาเพื่อกดดัน แต่เป็นเพราะต้องรับผิดชอบในฐานะที่ "รับงานมาแล้วปฏิบัติไม่สำเร็จ"

ทุกคนในประชาธิปัตย์รู้ว่าเป็นเรื่องราวใด...


ใครควรเล่นบทอะไร ฉากไหน และต้องตีบทให้แตก
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby อารยา on Wed Oct 07, 2009 12:38 pm

วันนี้ฝ่ายค้านลิงโลดกระโดดใส่เรื่องแก้รัฐธรรนูญ และออกอาการน่าเกลียด ปฏิเสธการทำประชามติ


เกมประชามติ เข้าทาง"ปชป."
http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-10-07
เกมการดึงให้มีการทำประชามติก่อนร่างเข้าสภา จึงเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์หลายประการ อาทิ 1.ได้พยายามทำตามข้อตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาล ตอนที่จับมือกันตั้งรัฐบาล 2.เมื่อประชาชนยังมีความเห็นใกล้เคียงกัน ก็มีช่องให้อ้างถึงการชะลอเรื่องเพื่อสร้างความสมานฉันท์ตามที่นายกฯชอบพูด 3.ทำให้ยืดเวลาการอยู่ในอำนาจต่อไปจนใกล้ๆ จะครบวาระ สะสมกระสุนและผลงานได้เต็มที่ 4.เอาเข้าจริง เรื่องรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เดือดร้อนเสียเท่าไหร่ และเป้าจริงๆของพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ที่เรื่องที่มาของ ส.ส. ที่ต้องการเขตเดียวเบอร์เดียวเท่านั้น เพราะเล็งเห็นว่าจะระดมสรรพกำลังทุ่มลงไปเฉพาะเขตที่ค่อนข้างชัวร์ได้เต็มที่ แต่เกมนี้จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์จากระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์อยู่ ซึ่งเป็นระบบปัจจุบันอยู่

...อันที่จริง รัฐธรรมนูญ 2550 มีปัญหาในหลายจุด เช่น ความลักลั่นในการใช้อำนาจที่บางส่วนผู้ใช้อำนาจไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง หรือการตรวจสอบการใช้อำนาจบางอำนาจนั้นทำไม่ได้ ทั้งนี้ ใน 6 ประเด็นที่จะแก้กัน หลายเรื่องในนี้ก็มีปัญหาที่ควรจะแก้ไขจริง

แต่เมื่อเรื่องคลี่คลายออกมาตั้งแต่ขั้นตั้งโจทย์ จนมีผลการศึกษาออกมา มาถึงวันนี้ในเรื่องวิธีการแก้ไข ล้วนแต่ผิดฝาผิดตัว ซึ่งหากจะแก้ 6 ข้อดังกล่าวให้ได้ประโยชน์จริงๆ คงจะไม่มีหน้าตาออกมาแบบนี้

สิ่งที่ออกมาจึงเป็นเรื่องเกมชิงไหวชิงพริบทางการเมืองเท่านั้น ซึ่งเกมนี้ประโยชน์จะไปตกที่ฝ่ายประชาธิปัตย์เต็มๆ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: เมื่ออภิสิทธิ์อยู่ยาว ชวลิตเลยต้องเข้าเวร

Postby อารยา on Fri Oct 16, 2009 12:30 pm

http://www.matichon.co.th/matichon/view ... 2009-10-16
มติชนรายวัน 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11542

"เปรม"เตือน"จิ๋ว" ระวังทรยศชาติ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: พลเอก ชวลิต กับหนทางสู่ดวงดาว

Postby อารยา on Sun Oct 25, 2009 4:26 pm

อารยา wrote:ล่วงเข้าปี 2531 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ยื่นใบลาออกจากกองทัพต่อ พล.อ.เอกเปรม ติณสูลานนท์ ตามที่ลั่นวาจา แต่ป๋าก็ระงับไว้ ในขณะที่ไร้วี่แววว่า พล.อ.เปรม จะก้าวลงจากอำนาจตาม “โผ” ที่เชื่อกันว่า พล.อ. ชวลิต จะได้รับการผ่องถ่ายอำนาจ

จนกระทั่งเมื่อถึงวันที่ พล.อ. เปรม กล่าวคำว่า “พอแล้ว” ในเดือนเมษายนปีนั้น ความฝันของ พล.อ.ชวลิต ที่จะได้เป็นทายาทในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ หรือ "เปรมาธิปไตย" ก็พลันหลุดลอย เพราะนั่นคือทางออกที่ พล.อ. เปรมถูกบังคับให้เลือก เพื่อหลีกทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไป พลตรีชาติชาย ชุณหะวัน (ยศขณะนั้น) นำพรรคชาติพัฒนาชนะการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี


ความแค้นที่บิ๊กจิ๋วมีต่อป๋าเปรม จึงสั่งสมมาตลอดช่วง 8 ปีที่ตัวเองเชื่อว่าตนคือทายาททางอำนาจของป๋าเปรม แล้วลงท้ายไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือออกมาเลย จากสถานการณ์ผันผวนในครั้งนั้น บิ๊กจิ๋วต้องฝันค้างต่อไปอีก 4 ปี ระหว่างนั้นก็ได้เป็ดเหลิมในรัฐบาลชาติชายช่วยพัฒนาพูนภูมิคุ้มกันทางการเมืองจากกรณี "ตู้ทองเคลื่อนที่" ซึ่งแม่จะต้องเด้งออกมาขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรี แต่อบ่างน้อยก็มีวุฒิภาวะทางการเมืองเพิ่มขึ้นบ้างจากประสบการณ์ครั้งนั้น

ก่อนจะมาชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่นนทบุรีเดือนกันยายน 2535 ในฐานะหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ที่ประกาศต่อหัวคแนนว่า "แพ้ไม่ได้" หมดไปเยอะ!!
อารยาจำได้ว่า ในรายการ "มองต่างมุม" ที่เจิมศักดิ์ ปิ่นทองจัดให้ทุกหัวหน้าพรรคการเมืองมาตอบกระทู้ประชาชนในสภาเมื่อเดือนสิงหาคม บิ๊กจิ๋วถึงกับออกอาการวูบ แต่ยังประคองตัวทำปากกล้าขาสั่นตอบคำถาม "ท่านจะเอาชนะคู่แข่งได้อย่างไรโดยไม่ซื้อเสียง" ไปแบบหาสาระมิได้
:ดำน้ำ:
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am


Return to สารคดี,การเมือง,ประวัติศาสตร์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests