Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาแน่หรือ

อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาแน่หรือ

Postby อารยา on Wed May 06, 2009 2:45 pm

รัฐบาลอภิสิทธิ์หักปากกาเซียนไปหลายด้ามที่พูดกันเมื่อต้นปีว่า อย่างเก่งรัฐบาล ปชป. อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน นี่เข้าเดือนที่ห้าแล้ว ผมก็แปลกใจ ไม่ใช่แปลกใจที่รัฐบาลอยู่รอดปลอดภัย แต่แปลกใจพวกโหนต่องแต่งที่ไม่มีวิธีคิด ถ้าฉุกคิดสักนิดว่า รัฐบาลสมชายที่อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนนั้น หามีคุณสมบัติใดเทียบได้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะไม่เดากันเรื่อยเปื่อยอย่างนั้น

ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ฟันธงกันเปรี้ยงปร้างว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จะอยู่ไม่เกินสิ้นสิงหาคมนี้ ประชุมอาเซียนเดือนหน้าเสร็จ ผ่านงบประมาณปี 2553 เรียบร้อยเมื่อไหร่ รับจองกฐิน และต้องยุบสภาชัวร์

แถมมองข้ามช๊อตว่าหลัง คู่แข่งในสนามเลือกตั้งของ ปชป. คือพรรคของเนวิน (ภูมิใจไทย) ส่วนพรรคเพื่อไทยคงค่อยๆเหลือแต่ซาก เพราะ ส.ส. อีสานในพรรคไม่น้อยกว่า 30 คน จะโผไปภูมิใจไทย
ชะตากรรมของพรรคเพื่อไทยมาจากความไม่ประสาที่หนุนกลุ่มคนเสื้อแดง คนไทยรับอุดมการณ์เส็งเคร็งที่รับมาจากอดีตสหายค่ายวิภาวดีที่สั่งการบ้าเลือดในวอรูมช่วงสงกรานต์วิปโยคไม่ได้ ว่ากันหนุกหนานไปโน่น ก็พอจะมีเมล็ดความจริงอยู่บ้างหรอก
อย่างน้อย หากหลังเลือกตั้งทั่วไป ปชป. ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ทุกอย่างกรอหนังกลับไปปี 2544 ทันที
ว่าแล้วก็นั่งฝันกันไปว่าก่อนสิ้นสิงหาคม ทุกสิ่งในรัฐบาลอภิสิทธิ์จะสุกงอมพร้อมร่วงสู่ปฐพี
เพื่อให้ฝันเป็นจริง ก็วางกลยุทธ์กัน อาทิ
1. ทักษิณจะออกโรงโฟนอินจากโพ้นทะเลหนึ่งถี่อีกรอบ
2. หอกข้างแคร่เนวินจะออกฤทธิ์ทิ่มให้เห็นธาตุแท้ แต่ครั้งนี้อาจเชือดนิ่มๆ เหมือนที่ ปชป เคยเจอจากพลังธรรมหลังอภิปราย สปก.4.-01 (ไม่น่าชี้โพรงให้กระรอกเลยนิ) และที่กำลังจ่อคอหอยอภิสิทธิ์ขณะนี้คือกองทัพและตำรวจที่เคยทำถึงขนาดถอดเครื่องแบบไปใส่เสื้อแดงออกเวรให้เห็นจะจะกันมาแล้ว และ
3. สุดท้ายกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยังคงกระหายเลือด จะถูกระดมพลครั้งใหญ่อีกครั้ง แล้วอย่างนี้ อภิสิทธิ์จะมีอะไรเหลือ จากมหกรรมตอกฝาโลงและฌาปนกิจรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้เสร็จ

เออ แล้วถ้า 3 เงื่อนไขข้างบนนี้ไม่เกิด ก็แปลว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์รอด สามารถลากยาวพารัฐนาวาโลดแล่นต่อไปแบบฉุดไม่อยู่ คิดว่าจะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Wed May 06, 2009 3:02 pm

อารยามองว่าเงื่อนไขสามข้อนั้นไม่มีอะไรใหม่ เคยงัดออกมาใช้แล้ว แต่เมื่อคิดอะไรไม่ออกเลยเอาออกมาเล่นใหม่
โอกาสล้มเหลวก็ย่อมไม่น้อยกว่าเดิม คิดง่ายๆครับ จากนั้น รัฐบาลก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทำให้การเมืองก็นิ่ง รอจังหวะยุบสภา ถ้าไม่มีก็ว่าไปจนครบเทอมแล้วเลือกตั้ง โอกาสกลับมาพอจะการันตีได้

มาถึงประเด็น แล้วจะทำอย่างไร

ประการแรก
อภิสิทธิ์เริ่มไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยเสนอให้สภาถกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกับนิรโทษกรรม ดูแล้วไม่ปกติเพราะสองประเด็นนี้ แม้แต่รัฐบาลนอมินีสมัครกับสมชายทั้งปีที่แล้วยังทำไม่สำเร็จเพราะโดนฝ่ายค้านขณะนั้น คือ ปชป. นี่เองต้านแหลก แต่ปีนี้ ปชป. ส่งนายชวนกับบัญญัติออกโรงค้านแล้วหลบเข้าฉากพอเป็นพิธี แล้วอย่างนี้ ผีที่ไหนจะมาค้านอีก แทกติกซื้อเวลาของ ปชป. แบบนี้ไม่เสียรังวัด แม้พรรคจะเคยไม่เห็นด้วยมาก่อน
ผลคือ ฝ่ายค้านลิงโลดกระโดดใส่ กลัวอภิสิทธิ์เปลี่ยนใจ แต่ที่อภิสิทธิ์ต้องการจริงๆ คือการเมืองที่เสถียร เวลาที่ได้มายืดอายุรัฐบาลเป็นเพียงผลพลอยได้
เชื่อว่าอภิสิทธิ์กำลังรักษาบรรยากาศการเมือง ในพรรค ปชป. และ ครม. มิให้กระเพื่อม จนกว่าฝ่ายความมั่นคงจะได้รับการยกเครื่องให้เรียบแล้วแล้ว

ประการที่สอง
ความสำเร็จในการปรับบุคลากรฝ่ายความมั่นคง ทั้งในกองทัพ และตำรวจที่ต้องทำให้เรียบร้อยภายในกลางปี บิ๊กๆที่ขยิบตาให้ฆ่าทั้งอภิสิทธิ์และสนธิเมื่อวันที่ 11, 12, และ 17 เมษายน ต้องถูกปรับให้พ้นจากศูนย์อำนาจ อภิสิทธิ์ต้องใช้อำนาจรัฐจัดการ ส่านใครที่น่าไว้ใจเห็นแล้วเมื่อคืนวันที่ 12 เม.ย. ทันทีที่ตำรวจระบุผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารสนธิได้ อภิสิทธิ์จะบ่งเสี้ยนหนามนั้นทิ้งทันทีโดยไม่ให้เกิดสุญญากาศแลย เพราะถ้าเงื้อง่าราคาแพง ไม่เด็ดขาด อภิสิทธิ์จะถูกเด็ด โดยทำรัฐประหาร อภิสิทธิ์รู้อยู่แล้วว่า ทหารก่อนโยกย้ายมักโวยเป็นธรรมชาติของผู้มีอาวุธในมือ แต่พอคำสั่งออกมา ทุกคนจะกลับเข้ากรมกอง ทหารไทยนอกจากวินัยเคร่งแล้ว ยังรักนายใหม่เหมือนคนเดิมทุกครั้ง

อภิสิทธิ์จัดการสองเรื่องนี้ได้ พิสูจน์ให้เห็นว่า อำนาจรัฐนอกจากศักดิ์สิทธิ์แล้ว การเมืองที่สามารถนำการทหารได้ บ้านเมืองจะมั่นคง รัฐบาลมีเสถียรภาพ
ที่ไม่ค่อยจะมีใครใส่ใจ คือการหลุดพ้นจากวาทกรรมที่ส่อเสียดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าเมืองไทยปกครองด้วยอมาตยาธิปไตย

โดยที่ผู้พูดนั้นก็ไม่รู้จริงว่า ถ้าอำนาจนั้นมีจริง ใครคือ "พร๊อกซี่" ของระบอบนั้น

อารยาหมายถึง ถ้าอมาตยาธิปไตยยังมีอยู่จริงนะครับ (ย้ำ)

เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว เมืองไทยก้าวพ้นจากระบอบนั้นมานานแล้ว
เพราะหากยังมีอยู่ เราจะไม่เห็นบุคคลอย่าง ม.ร.ว. ปริดิยาธร ต้องมาเสียเวลาเป็นแคนดิเดทนายกฯตั้งแต่ปลายปี 2549
ไม่ต้องเห็น ม.ร.ว สุขุมพันธุ์ ออกมาเดินไหว้แม่ค้า เพื่อขอความไว้ใจให้เป็นเจ้าครองเมืองพระนครหรอกครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Wed May 06, 2009 3:07 pm

อ้อ มีบางท่านบอกว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมนั้น รัฐบาลถูกรุกฆาตมากกว่า เพราะถ้าอภิสิทธิ์ไม่นำพา 2 เรื่องนี้ ปชป. อาจถูกยุบจากกรณีเงินบริจาคสองร้อยกว่าล้านบาทสมัย “บัญญัติสิบประการ”
สนธิแย้มเรื่องนี้เมื่อวันออกจาก รพ. (27 เม.ย.?) และเชื่อว่าอภิสิทธิ์ถูกกดดันเต็มที่ ถึงกับบอกว่าต้องเลือกว่าจะเอาพรรคอยู่แล้วรัฐบาลไป หรือเอารัฐบาลไว้แต่เสียพรรค

อารยายังมองว่าเลื่อนลอย ถามคำเดียว พรรคเพื่อไทยสั่ง กกต. ให้เดินหน้าถอยหลังได้หรือ
ถ้าอีกสองเดือนข้างหน้า กกต. บอกว่า 12 แฟ้มที่ดีเอสไอส่งมานั้น เพิ่งอ่านเสร็จไปแค่ 3 แฟ้ม แค่นี้ก็ยุ่งแล้ว
ยิ่ง ปปช. ยังไม่เห็นเรื่อง การตรวจสอบก่อนส่งหรือไม่ส่งศาล รธน. ก็ยังต้องใช้เวลาอีก อาจจะหลังจาก ปชป. กลับมามีอำนาจหลังยุบสภา ซึ่งบอกไม่ได้แล้วว่าจะไม่เกินสิงหาคมนี้

เลอะเทอะกันใหญ่แล้ว งานนี้ ผมกลับมองว่าอภิสิทธิ์แกล้งตกใจกับข้อต่อรองยุบพรรคที่พรรคเพื่อไทยเขียนเสือให้วัวกลัวมากกว่าครับ

เลยไม่รู้ใครหลอกใคร กลายเป็นอภิสิทธิ์ขุดบ่อล่อปลาฉิบ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby BOOM BOOM on Wed May 06, 2009 4:48 pm

ถ้าจะว่าอภิสิทธิ์ เคาะกะลาจะพอไหวไหมครับ ฮะ ฮ่า..... :สนุก:
BOOM BOOM
 
Posts: 4
Joined: Thu Apr 30, 2009 11:43 am

Postby อารยา on Wed May 06, 2009 7:38 pm

เคาะกะลาไม่เหนื่อยเท่าขุดบ่อด้วย
โอเช! ตกลงเคาะกะลา มากันทั้งฝูงเลยครับ
:เจ้าเล่ห์:
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ทะเลสาบ on Thu May 07, 2009 5:09 am

ดิฉันได้ฟังข้อความที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฝากไว้ที่เครื่องรับโทรศัำพท์ บอกว่ามีพระดีมาจากเมืองไทย
จะมาำพักที่วัด ให้ไปกราบไหว้เำพราะนานๆจะมีพระดีๆมาสักที ได้ยินแล้วก็ดีใจ

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเมืองไทยมีพระดีๆมากจริงๆ ทำไมคนไทยบางคนจึงเลวได้ระดับเช่นนี้

ดิฉันไม่ได้เข้ามาช่วงนี้ เพราะว่าเป็นโรคซึมเศร้าอย่างมาก(Depression)เมื่อคิดถึงเรื่องราว
ที่เมืองไทยจนบางครั้งไม่อยากจะได้ยินได้ฟัง สงสารคนในครอบครัวที่เขาเป็นห่วงเรา ในขณะ
ที่เราหายใจเข้าิิออกเป็นเมืองไทย ทำไมหนอที่ทุกสิ่งในเมืองไทยจึงล่มสลายได้พร้อมเำำพรียงกันไปหมด

ทั้งการศึกษา, ศาสนา, การเมือง ไม่มีใครจะกู้ได้เลยหรือนี?

ดิฉันก็พยายามจะเข้าใจในสิ่งที่คุณอภิสิืทธิ์ทำ แต่ก็ยังไม่เข้าใจ มีสองเรื่องที่พอดีใจ ก็คือ

ศาลปกครองเรียกผบ.ตร และ บก. หนังสือพิมพ์ ไปสอบ และ ศาลรัฐธรรมนูญฟ้องเสธ.แดง

ศาลต้องทำงานรีบเร่งและจริงจังมากกว่านี้ ไม่มีองค์กรใดที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและเที่ยงธรรมกว่านี้อีกแล้ว
ในเมืองไทย เำพราะกระบวนการยุตืธรรมขั้นต้น ใช้ไม่ไได้เลย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรืออัยการ

ได้แต่ภาวนาให้คุณอภิสิทธิ์ปลอดภัยและอยู่ได้นานที่สุด ผิดไปจากนี้ก็ ตัวใครตัวมัน

หวังว่าึคุณอารยา คงสบายดี นะค่ะ


:ดำน้ำ:
User avatar
ทะเลสาบ
 
Posts: 342
Joined: Sat Nov 17, 2007 9:10 am
Location: USA

Postby อารยา on Thu May 07, 2009 1:22 pm

ขอบคุณ คุณทะเลสาบครับ ผมได้พูดตามที่คิดหรือที่เชื่อว่าจริงกับกัลยาณมิตรอย่างนี้ก็ไม่ทุกข์ใจอะไรแล้วครับ
ถ้าวันไหนกลับมาดูแล้วพบว่าพูดอะไรผิดไป ก็ถามตัวเองว่าอะไรทำให้เพี้ยน แล้วแก้ไขซะ แล้วจำไว้ว่าอย่าประมาท
การอยู่กับความจริง หรือที่เชื่อว่ามันคือความจริง เท่าที่สติปัญญาที่ตรวจสอบได้ ก็มีความสุขได้เหมือนกันครับ
ผมมีกรรมที่เชื่อคนง่าย แต่ไม่หวังให้ใครต้องเชื่อผม เลยสบายไปอีกแปดอย่างครับ

บางทีก็อยากเป็นโหนต่องแต่ง ก็เห็นคนที่ไปหาหมอดูเตรียมใจไปเชื่อ ตั้งแต่หมอยังไม่ได้พูดสักคำ
หมอดูพอถูกทักว่าไม่แม่น ก็ผลักความผิดไปให้ดวงดาวว่าโคจรอย่างนั้นจะให้ทายนอกตำราได้อย่างไร มิน่าถึงมีดาวเคราะห์มีกรรมเยอะแยะไปหมด
คนไทยยุคนี้ขาดความมั่นใจมาก เลยชอบคนฟันธง
แต่คุณทะเลสาบไม่เชื่ออะไรง่ายๆอยู่แล้ว นี่เป็นจุดแข็งที่จะช่วยให้คุณทะสาบหายกังวลจากเรื่องที่ทำให้เศร้าใจได้ไม่ยาก

ผมเสียอีก เชื่อคนง่ายยังแก้ไม่หาย กว่าจะรู้ว่าถูกแหกตาก็เกือบสายไปทุกที ยังดีที่ไม่เคยสายเกินไป เลยยังใจง่ายเหมือนเดิม
ก็ดีเหมือนกัน Listen at my own risk !

ปีผ่านมานี้ ดูเหมือนคุณทะเลสาบหายจากกระดานอารยาสองสามครั้ง เป็นเพราะป่วยเศร้านี่เอง

คนอยู่ไกลบ้าน สบายใจน้อยกว่าคนอยู่ในเหตุการณ์เป็นเรื่องปกติครับ
เดือนกันยายน 2516 ผมมาถึงซีแอตเติ้ล แล้วทั้งปีนั้นผมเกือบคลั่ง เพราะบ้านเมืองเปลี่ยนไปหลังจากผมจากมาเดือนเดียว
เริ่มจากมีจลาจล มีคนหนุ่มสาวบาดเจ็บล้มตายกันมากมาย รับข่าวที่ส่งผ่านสื่อและญาติมิตรจากเมืองไทยครั้งใดก็เศร้าใจ ห่วง วิตกกังวลต่างๆนานา
จนเกือบทำให้การเรียนเสียหาย
โชคดีที่ได้เพื่อนฝูงคนไทยมานั่งเสวนาคุยกันว่าบ้านเมืองจะไปทางไหน และจิปาถะแทบจะทุกเดือน ก็มีรุ่นเก่าที่เป็นเรซสิเดนท์มาร่วมด้วย
คนไทยในเมืองนั้น ทีแรกก็คงทุกข์ใจไม่ต่างจากผม แต่แล้วทุกคนก็ค่อยๆคลายห่วงลงไป
มีการรวบรวมตังค์ส่งไปช่วยพวกนักศึกษาต่อสู้ต้านเผด็จการครั้งนั้นเป็นกอบเป็นกำพอสมควร

ผมจึงพอเข้าใจความรู้สึกของคนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองในยามนี้

ผมเองพึ่งสื่อสามสี่แหล่งในการสดับข่าวสารบ้านเมือง เคยผ่านไปดูแผงหนังสือเห็นพาดหัวข่าวแล้วตกใจทุกที
คำพูดไร้สาระของบุคคลที่เป็นข่าวประโยคเดียว สื่อเอามาพาดหัวให้ตื่นกันไปโดยไม่จำเป็น เหมือนจงใจทำลายประสาทมวลชนชัดๆ
คงทำยอดขายแข่งกันมั๊ง สื่อขยะเมืองไทยจึงเป็นมลพิษทางปัญญาอันดับหนึ่งของสังคมไทย

ไหนๆผมก็พูดเรื่อยเฉื่อยมาถึงนี้แล้ว อยากบอกคุณทะเลสาบว่าอย่าได้ปริวิตก แต่บอกอย่างนั้นแล้วก็คงขออนุญาตเดาว่าเหตุที่ทำให้คุณไม่สบาย
น่าจะมาจากไหน เผื่อเดาไม่ผิด จะได้ขจัดเหตุนั้นได้ คิดว่ามี 2 สาเหตุ

อย่างแรก ที่ได้กล่าวแล้ว เป็นเพราะคุณทะเลสาบอยู่ไกล จึงวิตกมากกว่าคนในเมืองไทยโดยเฉลี่ย ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า ทั้งคนใกล้และไกลบ้านควรรับรู้เรื่องราวข่าวสารอย่างไร จึงจะคลายใจจากที่ห่วงใยสารพัดนั้นลงได้บ้าง
ผมเองก็เห็นอย่างเดียวกับคุณทะเลสาบว่า บ้านเมืองทุกวันนี้มันแตกสาแหรกขาด เป็นอนาธิปไตยสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าตอนเสียกรุงศรีอยุธยา
เพระนี่ไม่ใช่แค่ในเมืองหลวง แต่มันกินไปทั่วหัวระแหง หมดหวังที่คนแผ่นดินเดียวกันจะพูดกันรู้เรื่อง เส้นใยความสัมพันธ์ที่ผูกพันนับถือ รักใคร่ เชื่อฟังกัน
มันขาดลงแล้ว ใครอยากทำชั่วอะไรก็ทำได้ เพราะต้นแบบที่มีอำนาจ ไม่แปรคุณค่าของอำนาจออกมาเป็นความดี

นับวันคนในสังคมไทยจะไม่รู้ว่าความชั่วมันต่างจากความดีตรงไหนมากขึ้น บรรทัดฐานที่จำแนกความชั่ว ความดี ถูกทำลาย
เพราะผู้มีอำนาจ ผู้รักษากฎหมาย ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ที่มีจำนวนหยิบมือเดียวในบ้านเมืองทำตัวอย่างให้คนเห็นว่าทำชั่วได้ดี ทำผิดคนยกย่อง
ส่วนใครที่ทำถูกต้อง ต่อให้ถูกคน ถูกเวลา แต่หากไปขัดผลประโยชน์ของบุคคลประเภทที่ว่านั้น จะถูกชี้หน้าว่าเป็นผู้ร้าย
เอาง่ายๆ ถูกทำร้าย ขึ้นโรงพักแจ้งความ ผ่านไปวันเดียว ผู้ร้ายที่ควรเป็นจำเลยกลายเป็นโจทก์ ฝ่ายเสียหายที่แจ้งความไว้กลายเป็นติดคุกแทนก็มี
ขื่อแปของบ้านเมืองผุพัง ผลประโยชน์คือบรรทัดฐานที่มาแทนคุณงามความดี อำนาจรัฐ

คนที่มีพระเดชหรือพระคุณที่เคยเป็นต้นแบบของความดีความงาม หันไปใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ กลายเป็นการพัฒนาค่านิยมใหม่ที่เน้นอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ส่วนตน ไม่มีใครรู้จักคำว่าปิดทองหลังพระ ทุกคนแห่ไปหน้าพระพักตร์แล้วจึงปิดทอง กลัวพระจะไม่เห็น ความดีอยู่ที่ได้คำสรรเสริญ
ถ้าทำแล้วไม่ได้ตีปี๊บ ไม่มีประโยชน์ ทำดีเพราะเป็นสิ่งดีจึงทำ (for goodness sake) ไม่มีแล้ว!
เชื่อไหม ผมเห็นภาพเวลาคนขึ้นไปรับถ้วยรางวัล หรือของขวัญจากประธานบนเวที พอแตะของขวัญที่กำลังส่งจากมือผู้ให้ปุ๊บ ผมไม่เคยเห็นผู้รับมองตาผู้มอบเพื่อส่งสัญญาณมิตรจิตมิตรใจ หรือขอบคุณที่ให้เกียรติสักราย แต่จะเห็นสะบัดหน้าชั๊วะมาด้านหน้าเวที เพื่ออะไรก็ทราบใช่ไหมครับ ให้ช่างภาพถ่ายให้เห็นหน้าจะจะ พร้อมแสยะยิ้มเข้ายิ้มออกอยู่นั่นแล้ว ถ่ายรูปน่ะไม่ว่ากัน แต่มันบอกอะไรได้อีกหลายอย่าง "การให้" ไม่มีคุณค่า แค่ผู้รับจะยิ้มให้กับคนให้ยังไม่มีค่าเท่ากับรูปภาพที่เป็นเพียงแค่วัตถุ

พอมาดูคนให้(รางวัล) พฤติกรรมวัตถุนิยมก็เหมือนกันเด๊ะ ทันทีที่ยื่นของและอีกฝ่ายแตะ หน้าผู้ให้ก็สะบัดพรืดไปทิศเดียวกับผู้รับ กล้องจะได้ชักรูปกันโช๊ะเช๊ะ ทั้งสองจะแช่ไว้อย่างนั้นจนกว่าจะหมดแสงแฟลชไลท์ ผู้รับจึงจะกลับหลังหัน เกือบร้อยทั้งร้อย ทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่มีสักวินาทีที่จะได้สบตากัน

ผมว่านี่เป็นอาการวิปริตของสังคมไทยที่ดูได้ง่ายๆจากพฤติกรรมของคน แค่ 2 คนก็สะท้อนให้เห็นได้ในมิติของปฏิสัมพันธ์

แต่พวกนักวิชาการก็โวยวายว่าไปรับค่านิยมตะวันตกที่ไม่ดีมา ถามว่าอะไร ทุกคนก็เอ่ยว่า "วัตถุนิยม" น่ะซี
อ้าว ของเขาอยู่ดีๆ ก็ไปว่าของเขาเสียแล้ว

เอาละ สมมุติว่าฝรั่งเขามีค่านอยมหลักเป็นวัตุนิยมจริง และเพราะค่านิยมนี้เป็นแรงผลักให้บ้านเมืองเขามั่งคั่งพัฒนา ในขณะที่เมื่อเราพบ "พร๊อกซี่" ของวัตถุนิยมในบ้านเราว่าชั่วร้าย เป็นทั้งเหตุและผลของความด้อยพัฒนา เราควรตำหนิใคร
กระบวนการรับที่เราตั้งใจรับมาเอง แล้วถ่ายทอดให้กันเอง มิใช่หรือ
อวิชชาที่เราไม่ทราบว่าค่านิยมนั้นไม่สมพงศ์กับวัฒนธรรมพื้นฐานของสังคมไทย มิใช่หรือ
เราต่างหากฉาบฉวยที่ไปเห็นว่าโก้ ทันสมัย จึงเลียนแบบจากกะพี้มา แล้วหลงว่าพัฒนาแล้ว
เรื่องอย่างนี้ต้องเข้าใจให้ได้ว่าเป็นพัฒนาการของวิถีสังคม ทางใครทางมัน ความรู้สึกอยากมี อยากเป็นเหมือนของคนอื่นผิดตั้งแต่คิด ผิดที่เราไม่รู้จักตัวเองก็เลยหลงไปทุกเรื่อง จริงๆแล้ว ทางใครทางมัน เราเองก็มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ที่จะเป็นพลังพัฒนาในวิถี ครรลองของเราเองเป็นหลัก ถ้ามองเห็นก็ไม่หลงทาง เช่น เกษตรกรรมเป็นวิถีของไทย ต่อให้สหรัฐมีเทคโนโลยีสร้างยานอวกาศไถึงดาวดวงอื่นสำเร็จ เขาก็ถอดแบบหรือภูมิปัญญาของเราไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะจะติดอุปสรรคที่เป็นทางใครทางมัน ทำอย่างไรก็ปลูกข้าวไม่ได้คุณภาพเท่า "หอมมะลิ" อย่างเก่งก็เทียมกัน เพราะดินต่างกัน ทำอย่างไรก็ขนเอาดินดีไปเป็นเนื้อนาที่อเมริกาไม่สำเร็จ ยกเว้นปล่อยให้เขาเข้ามาเป็นเจ้าของที่นาที่บ้านเรา
นั่นแหละ น่าคิดว่าวันนี้เรากำลังแพ้เขาเพราะไม่รู้จักเราเองว่าเป็นใครไปหรือเปล่า เห็นว่าพวกแขกขาวเข้ามาไล่ซื้อที่แถวอยุธยาไป 3 แสนกว่าไร่เมื่อสองสามเดือนที่แล้ว

มองกลับกัน ระบบทุนนิยมที่เขาผ่านประสบการณ์มาหลายศตวรรษตั้งแต่ยุคที่มีนิกายคาลวินิซึ่ม ต้นกำเนิดโปรเตสแตน นั่นก็เป็นการพัฒนาพื้นฐานวิถีชีวิตทางสังคมของเขาจนมั่นคง เราก็เป็นเขาไม่ได้ ต่อให้อยากเป็นเท่าไหร่ก็ตาม

ต้องขออภัยคุณทะเลสาบที่เผอิญบานปลาย แต่ก็เพื่อสะท้อนภาพสังคมไทยที่บิดเบี้ยว เพี้ยน ขาดมาตรฐาน สุดท้ายก็ออกมาฆ่าแกงกัน เพราะหาหลักจับยึดไม่ได้แล้ว หรือหลักใครหลักมัน ซึ่งยิ่งคุณทะเลสาบอยู่ไกล และเป็นคนไทย ก็ยิ่งเห็นเห็นความแตกต่างเหล่านี้ชัดกว่าผมด้วยซ้ำ

ลองเปรียบเทียบในฉากเดียวกัน แต่ตัวละครคนละชุดในงานให้รางวัลออสคาก็ได้
เราจะเห็นภาพคนให้รางวัล กับผู้รับรางวัลเช่นดารา หรือผู้กำกับเดินไปจับมือกัน ก่อนมีการมอบและรับ
คุณค่าของวาระนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ "คน"นะครับ คนที่มีวิญญาณ ไม่ใช่นึกว่าภาพที่ออกมาจะสวยได้มุมเห็นหน้าชัดไหม
หรือตัวเองจะยิ้มสวยเท่ากับตอนซ้อมหน้ากระจกก่อนออกจากบ้าหรือเปล่า

การมองโลกของเราหลังรับวัตถุนิยมต่างจากเจ้าของวัฒนธรรมไปมากมายแบบไม่คาดทั้งผู้ให้ผู้รับ จนไม่เหลือสาระเดิม
โทษใครไม่ได้ นอกจากต้นแบบใกล้ตัวเรา คือผู้นำ ผู้มีอำนาจ ผู้มีพระเดชพระคุณในอดีตที่เพี้ยนจนเป็นวัฒนธรรมของชนชั้นผู้นำ และผู้ตามก็รับต่อมา ผ่านมากี่ชั่วอายุคน ถ้าไม่ปรับ หรือถ้ายังไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ก็กลายเป็นทาสทางจิตวิญญาณไปโดยปริยาย ดูเหมือนไม่น้อกว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่เราเดินหลงทางกันไปหาความทันสมัยโดยเข้าใจว่านี้คือการพัฒนา ส่งผลกระทบให้เกิดสภาวะไร้บรรทัดฐานไปทั่วทุกระบบ และหัวระแหง

ดูจากในระบบการเมืองอาจเห็นแจ่มกว่าเพื่อน พอพูดถึงประชาธิปไตย วันนี้ถูกเคลือบด้วยบริโภคนิยมกลายเป็น "ประชาธิปไตยที่กินได้"
ไอ้หนูที่จุดไฟเผาบ้านตัวเองเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาถึงได้พูดว่า "พี่น้อง ผมจะเอาประชาธิปไตยที่เคยกินได้มามอบให้อีกครั้ง ถ้าพี่น้องต้องการผมพร้อม" เบื๊อกเอ๊ย!

หรือเป็นวิบากกรรมของสังคม คือผมเปรียบกับชีวิตคนที่มีบาป มีบุญ มีผลกรรมจากทำดีทำชั่ว
สังคมก็น่าจะมีจิตวิญญาณ และอยู่ในสังสารวัฏเช่นกัน จากสังคมเมื่อเป็น "รัฐ" ก็ยิ่งเห็นชัดขึ้น เพราะ "รัฐ" มาจากประชาชนที่ร้อยเรียงวิญญาณกัน ("State of mind") อย่างมีเอกภาพกว่า
รัฐใดก่อกรรมอะไรไว้ ก็ต้องมีวันที่ต้องชดใช้กรรมนั้น ประชาชนที่เป็นองค์ประกอบหลักของรัฐจึงมีทั้งสุขและทุกข์ตามแต่ผู้นำรัฐจะนำพา
รัฐใดได้ผู้นำดี มีการเข้าสู่อำนาจที่เป็นธรรม ประชาชนก็พลอยได้อานิสงส์จากคุณค่าแห่งรัฐนั้น

แต่ถึงจะคิดอย่างนี้ ก็อาจไม่ช่วยให้สบายใจขึ้นเท่าไหร่นะครับ เพราะยังมีคำถามค้างคาว่า แล้วทุกข์เข็ญของรัฐไทยวันนี้จะผ่านพ้นได้หรือไม่ อย่างไร

เจอคำถามนี้ผมว่ายิ่งกระอักจนต้องถามตัวเองกลับว่าอยากเห็นวันนั้นจริงหรือ
แน่ใจว่าชาตินี้ได้จะได้เห็นวันที่ "บ้านเมืองดี" ตามที่เคยหวังหรือ
เมื่อมันมืดมนอนธกาลเป็นกลียุคอย่างนี้ วันที่ทุกคนกำลังจะตายรวมถึงตัวเองอย่างนี้ รอไปหวังในชาติหน้าจะไม่ดีกว่าหรือ


เหตุที่สอง น่าจะมาจากความผูกพันที่คุณทะเลสาบมีอยู่กับเมืองแพร่
วันนี้ที่นั่นแตกแหลก แม้ไม่ต่างจากที่อื่น แต่ยังอยากให้คุณทะเลสาบสบายใจว่าในความแตกแยกนั้น ผมยังพบจิตวิญญาณรักชาติของคนเมืองแพร่ เมื่อสองเดือนก่อนกลุ่มคนเสื้อแดงที่นั่นต้องล้มเลิกการปราศรัยเพราะไม่มีชาวบ้านไปฟัง แต่ที่ตลก หน้าสถานที่ราชการในเมืองแพร่กลับยังพบป้ายโฆษณาของพวกเสื้อแดงแขวนกันเกลื่อน

ผมนึกถึงเจ้าเมืองแพร่ส่งคณะ “เสรีไทย” จากร้องกวางไปพบนายพลเจียงในจุงกิงทันทีที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นฝั่งเมื่อเดือนธันวาคม 2484 ก่อนที่คุณปรีดีส่งคุณจำกัด พลางกูร กับคุณไพศาล ภัยลี้ (“มอญเกาะเกร็ด เมืองนนท์” พูดจีนได้) ไปเมืองจีนด้วยซ้ำ
ขอภาวนาให้คุณทะเลสาบชื่นชมและภูมิใจเจ้าเมืองแพร่ในคุณูปการที่ทำให้กับแผ่นดินไทยครั้งนั้น

จะได้มีกำลังใจให้ลุกมาคุยกันที่นี่บ่อยขึ้นนะครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ทะเลสาบ on Fri May 08, 2009 9:39 am

“กัลยาณมิตร” เป็นคำที่มีความหมายมาก สมัยนี้ผู้คนมักใจเบา
ไม่ชอบฟังคำตักเตือนจากใครๆ ชอบเพื่อนที่พูดแต่คำป้อยอ
เพื่อนที่มีความหวังดี พูดความจริง และให้คำแนะนำด้วยความจริงใจ
มักไม่มีใครอยากฟัง แต่นั่นคือคุณสมบัติของ “กัลยาณมิตร”
ต้องขอขอบคุณที่ คุณอารยา เสียเวลาให้คำแนะนำแก่ดิฉัน
นับเป็นคำแนะนำที่มีคุณค่าแก่คนไกลบ้านอย่างยิ่ง ดิฉันรู้ตัวดีว่า
ยังปฏิบัติไม่พอ จิตใจจึงเศร้าหมองได้ง่าย มีกัลยาณมิตรคอยเตือน
นับว่ายังมีวาสนาไม่น้อย ดิฉันต้องใช้“อุเบกขา” ให้มากขึ้น
เช่นที่คุณอารยาแนะนำค่ะ

เห็นข่าวการจับกุมสินค้าปลอมที่พัฒพงศ์ ตกใจมากกับความรุนแรง
ของเจ้าหน้าที่ ผู้กำกับการเข้าใจผิดอะไรหรือจึงทำร้ายพ่อค้าแม่ขายขนาดนั้น?
กฎหมายฉบับใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากขนาดนั้น? การกระทำที่รุนแรงเช่นนั้น
ไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทยมีภาพที่ดีขึ้นในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้านี่คือ
การใช้กฎหมายของรัฐบาล เพื่อแสดงว่าเราเป็นนิติรัฐ ก็นับว่านายกอภิสิทธิ์
สอบตก อย่างสิ้นเชิง


หน่วยงานของรัฐมีการขัดกันในเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว
แล้วชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ (หลังจากแบ่งส่วยให้ตำรวจ) ต้องเจ็บตัวและหมดตัว
ในเวลาเดียวกัน มันมากไปนะค่ะ ท่านนายก


:โกรธ: :โกรธ: :โกรธ:
User avatar
ทะเลสาบ
 
Posts: 342
Joined: Sat Nov 17, 2007 9:10 am
Location: USA

Postby อารยา on Fri May 08, 2009 4:39 pm

คุณทะเลสาบเอาหูไปไนแองการา เอาตาไปออนตาริโอ ซะหน่อยก็จะได้ไม่ต้องมึนว่าเมืองไทยเขาเล่นอะไรกัน

การที่ม๊อบบุกที่ประชุมอาเซียน+3 ได้ และทำให้รัฐบาลเสื่อมเสียเกียรติภูมิในสายตาของนานาชาติ มองได้หลากหลายมุม อย่างน้อย ที่ขัดเจนที่สุดคือ ถ้าบ้านเมืองใดไม่เป็นอนาธิปไตยถึงระดับที่ปรเทศไทยกำลังประสบ เหตุการณืเช่นนั้นเกิดยากที่สุด เพราะต่อให้ผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฏหมายและเลวทรามอย่างไร คำว่า "ชาติ" ก็ยังต้องรักษาหน้าตาไว้ ไม่ให้ชาติอื่นหยามว่ามีคนในบ้านเมืองนี้เกลียดชังถิ่นกำเนิดของตัวเอง
ถึงอย่างไรก็ต้องรักษาหน้าตาบ้านเมืองของตัวเองไว้
ผมถึงว่า ตอนนี้เมืองไทยเสียหายกว่าเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกมากมาย หลายเท่า และเรื้อรังแล้วด้วย

เหตุมันมี จนถึงวันนี้ ทุกฝ่ายยังหวังว่าอำนาจที่แตกสลายกระจายเป็นกลียุคนั้น ตนเองจะเป็นคนกอบกู้ รัฐบาลถูกมองว่าไม่มีอำนาจรัฐที่เข้มแข็งพอ ตำรวจวันนี้ก็พยายามสื่อว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่สนองอำนาจแฝงที่ค้างมาจากในรัฐบาลที่หมดอำนาจไปแล้ว ที่คิดเช่นนั้นเพราะยังเชื่อว่าอำนาจเก่าควรกลับมา ทำไมจึงคิดผิดเพี้ยนไปเช่นนั้น คงอธิบายไม่ยาก เพราะผู้คนวันนี้เคยชินกับสภาพไร้บรรทัดฐานนานจนยากจะปรับตัวเข้าสู่ระบบที่ยึดหลัก "นิติรัฐ"

อย่าแปลกใจที่พบว่า ขนาดรัฐมนตรีในรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชาชนออกอาการสะใจที่เห็นรัฐบาลอภิสิทธิ์ถูกดิสเครดิตที่พัทยา และที่มหาดไทยในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คล้ายกับเห็นด้วยกับตำรวจที่ส่งสัญญาณผ่านการเข้าเกียร์ว่าง ภาพที่พัชรวาทกอดคอพวกเสื้อแดงหน้าโรงแรมที่ประชุมอาเซียน ดูไม่จืดจริงๆ เป็นส่งสัญญาณให้รัฐบาลรู้ว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ถ้าขาดการสนับสนุนจากตำรวจ

เมื่อวานรัฐมนตรีหลาโหมทำท่าจะได้งบเพิ่ม หลังจากโวยในสภา พอกัน! บรรทัดฐานใหม่ที่เกิดขึ้นแทนตุณธรรมคือ ใครโวยดังกว่าได้ ผิดถูกไม่เกี่ยว ความดีอยู่ที่ใครโวยดังกว่ากัน ถ้าโวยไม่เก่งก็ต้องรู้จักประจบ คนทำงานเก่ง มีผลงาน ถ้าไม่มีทั้งสองอย่าง อย่าหวังโปรโมชั่น

เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นผู้ว่าสารภาพว่า ต้องให้คนที่มารดน้ำต้นไม้ ขับรถรับส่งลูกไปโรงเรียน โทรหาดึกดื่นแค่ไหนก็ได้ ถ้าอีกคนเก่งงานเท่ากันก็จริงแต่ไม่เคยมาช่วยงานบ้านที่จวนเลย

อ้าว ผมออกทะเลไปอีกแล้ว!

ที่คุณทะเลสาบบอกว่าผู้ใหญ่ขัดผลประโยชน์กัน ประชาชนกลับต้องหัวร้างข้างแตกนั้น ผมเห็นด้วยที่สุด
ถ้าเรื่องอย่างนี้ไม่เกิดที่เมืองไทยสิ ผมว่าแปลก
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby ScaRECroW on Fri Sep 04, 2009 11:43 am

ขอเข้ามาเจิมไว้เป็นหลักฐานว่า กันยายนแล้ว อภิสิทธิ์ยังไม่ไปไหนเลย 5555
ScaRECroW
 
Posts: 32
Joined: Sat Mar 28, 2009 4:03 am

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby อารยา on Fri Sep 04, 2009 4:15 pm

ยังอยู่ที่เดิม แถมวันนี้มีข่าวไล่สมาชิกออกขากพรรคไป 4 คน แบบไม่ต้องหาใบเสร็จ
แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ว่าสงสัยเป็นการฆ่าตัดตอน ไม่ให้ถึงรองกอร์บศักดิ์มั๊ง

สรุปว่าปากกาเซียนหักไปหลายด้าม เพราะอภิสิทธิ์ยังไม่ได้ไปไหนเลย

ขอบคุณครับ คุณ ScaRECroW
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby Scorpio6 on Sat Sep 12, 2009 11:48 pm

ทักทายจากแนวรบด้านอีสาน
ครูที่สวมเสื้อแดง ไม่สนใจติดป้ายหน้าโรงเรียนของโครงการเรียนฟรี
และไม่สมใจจัดงานวันแม่หมายถึง12สิงหาและเครือข่ายครูเสื้อแดง
ยังต่อต้านระบบอำมาตย์อันแตะไปถึงการโจมตีสถาบันเบื้องบนทั้งกล่าว
ด่าเสียหาย พาดเพิงว่าสถาบันเบื้องบนได้รับการดูแลจากทักษิณ

คนขับแท็กซี่สีแดงที่มาจากอีสานกล่าวชื่นชมทักษิณตลอดทางจนผม
ต้องรับฟังอย่างเดียวจนถึงเป้าหมายที่ผมจะลง สิ่งเหล่านี้ทางรัฐบาล
สภาความั่นคงฯ หน่วยข่าวกรอง ไม่รู้ไม่เห็นเลยหรือจะรอให้เขาฉาย
หนังเรื่อง"ความรุนแรง" "สงครามกลางเมือง"ก่อนหรือถึงจะล้อมคอก
:เย็น:
Man-on-Mission
เพื่อ สันติ ภาพ
User avatar
Scorpio6
 
Posts: 71
Joined: Fri Sep 28, 2007 12:53 pm
Location: Fayetteville,AR

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby อารยา on Thu Oct 01, 2009 3:20 am

เป็นรัฐบาลที่ค่อนข้างเข้าใจยากมากถึงมากที่สุดครับ แล้วคุณ scorpio6 ทำอะไรอยู่แถวนั้นครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby Scorpio6 on Thu Oct 01, 2009 12:11 pm

เป็นรัฐบาลผสมที่ต้องสามัคคีอย่างหนักถึงหนักสุด
ตอนนี้ผมทำหน้าที่..ชาวนา..หาปูปลาตามวิถีครับ
:ดำน้ำ:
.
.
อยากเสวนากับอารยาสักเพ-ลาไม่ไน่ใจว่าจะได้เจอ
เพราะผมแค่ผู้น้อย...ไกลปืนเที่ยง...กลางนาข้าว
:จูบ:
Man-on-Mission
เพื่อ สันติ ภาพ
User avatar
Scorpio6
 
Posts: 71
Joined: Fri Sep 28, 2007 12:53 pm
Location: Fayetteville,AR

Re: อภิสิทธิ์อยู่ไม่เกินสิงหาคมนี้แน่หรือ

Postby อารยา on Thu Oct 01, 2009 5:04 pm

คุณ sCORPIO6
มี MESSAGE (PM) ถึงคุณครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Next

Return to สารคดี,การเมือง,ประวัติศาสตร์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests