by อารยา on Wed Apr 11, 2007 10:51 am
สถานะของไมโครนีเซียภายใต้อาณัติของสหรัฐต่างกันแบบฟ้ากับดิน เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งที่สเปน เยอรมัน และญี่ปุ่นปกครอง สหรัฐเองก็ต้องปรับบทบาท การเป็น “เจ้าเข้าครอง” ประเทศหลังยุคอาณานิคม
ภายใต้กฏบัตรสหประชาชาติ โดยให้ผู้นำทั้งรุ่นเก่า (ภายใต้ญี่ปุ่น) และรุ่นใหม่(เด็กหนุ่มที่ได้รับอุดมการณ์ชาตินิยม สร้างชาติ หลังสงคราม)
ให้มาทดลองปกครองตนเองกันก่อน
เริ่มจากกำหนดเขตการปกครองออกเป็น 6 เขต มี ทรัก แย็ป พาเลา โพนะเพะ ไซปัน คอสะเระ ในทศวรรษที่ 1950's
แต่ละเขตมีผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง ต่างแยกกันทำหน้าที่ออกกฏหมายในที่ประชุม หรือสภาเขต (District Legislature)
พอถึงปี 1964 จึงจัดตั้ง “รัฐสภาแห่งไมโครนีเซีย” (Congress of Micronesia)
ประกอบด้วยผู้แทนจากสภาเขตที่พร้อมจะกำหนดระบบการปกครองตนเองในรูปแบบที่แล้วแต่จะได้มีการทำประชาพิจารณ์กันต่อไป
ตอนนี้ก็เริ่มเห็นตัวผู้นำไมโครนีเซีย ที่มาจากผู้นำรุ่นใหม่ไปในตัว
รอว่าเมื่อ สถาบันการเมืองเข้มแข็งพอจะสถาปนาเป็นรัฐอิสระ ก็จะได้ตัวคนเป็นประธานาธิบดีโดยไม่มีความกดดัน
เพราะมีการเตรียมความพร้อมอย่างมีขั้นตอน และระบบที่ดี
โตซิโวหนุ่มใหญ่ ความรู้ ป.4 คนเกาะชู๊ก (Chuuk) ญาติเยอะทั้งลากูน
กระโดดลงสมัครเป็น ส.ส. เขต ตั้งแต่เริ่มมีสภาเขต
ได้ทุ่มเทหาประสบการณ์ในกรรมาธิการสำคัญต่างๆอย่างต่อเนื่อง พอทรักมีไฮสคูล โตซิโวก็รีบเข้าเรียน
ด้วยแววของผู้นำที่สามารถ สหรัฐหนุนให้โตซิโวเข้าไปนั่งเก้าอี้ทูตประจำยูเอ็น ก่อนกลับมาเป็นประธานสภาคองเกรส
และมาเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยฮาวายในปลายทศวรรษที่ 1960’s โตซิโวจึงพร้อมเมื่อทุกอย่างลงตัวในปี 1978
ได้รับโหวตจากบรรดา ส.ส. และ ส.ว. ในสภาให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลของ "Federated States of Micronesia"
ที่ประกอบด้วย 4 เขต คือ Yap, Chuuk(Truk), Pohnpei, Kosrae ซึ่งเปลี่ยนสภาพเป็น "รัฐ"
(หายไป 2 เขต คือ พาเลา กับ ไซปัน)
ที่ตั้งของรัฐบาลตกลงให้ไปอยู่ที่เมือง“พาลิกิ” (Palikir) ในรัฐโพนะเพะ ในฐานะที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองสมัยเยอรมันในแคโรไลน์ตะวันออกที่ค่อนข้างมีระบบ
ส่วน"ชู๊ก"ก็ยังคงดำรงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลก
และวันนี้คือสวรรค์ของนักดำน้ำ (Divers' Heaven) จากทั่วโลก ที่ต้องการมาสัมผัส "wreck" ที่ล้ำค่าใต้ "ทรักลากูน"
พูดถึงในเขตหมู่เกาะอื่น (นอกเหนือจากใน "The Carolines" ที่ลงตัวในรูปแบบของ FSM แล้ว)
มาเรียน่าส์
คงจำได้ว่า ไซปันใน "The Marianas" กับ พาเลา ในเขตแคโรไลน์ตะวันตกเคยอยู่ใน Congress of Micronesia ก่อนกำเนิด FSM
ส่วนกวม ทันทีที่สิ้นสุดสงคราม สหรัฐตีตราให้เป็น “ดินแดนสหรัฐ” (US Territory) ตีเหล็กกำลังร้อนย่อมได้ผลแน่นอนกว่า
ปลอดอิทธิพลญี่ปุ่นให้รู้แล้วรู้รอดไป
หมู่เกาะที่เหลืออยู่ทางเหนือ (“Northern Marianna Islands”: Saipan, Tinian, Rota, etc., Islands) ก็ลงเอยเป็น “Commonwealth” (ของสหรัฐ) มีไซปันเป็นเมืองหลวง
สหรัฐยังเอาใจประชาชนทั้งหมู่เกาะมาเรียน่าส์ไซปันเต็มที่ (กวมของตาย!)
ส่วนใหญ่ยินดีรับสัญชาติอเมริกัน วันนี้ก็เลยได้ไปรบอิรักเหมือนเป็นทหารอเมริกันเต็มตัว
สหรัฐทิ้งส่วนนี้ไม่ได้ เพราะเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ยิ่งกว่าเขตใดในไมโครนีเซีย
คงจำได้ เมื่อถึงเวลาที่ไมโครนีเซียจะมีการปกครองตนเองในปลายทศวรรษที่ 1970's ชาวมาเรียน่าส์ลงประชามติขออยู่เป็น "เครือรัฐ" (Commonwealth of the Northern Mariana Islands--CNMI)
และปฏิเสธที่จะเป็นรัฐหนึ่งใน Federated States of Micronesia
ซึ่งดูเหมือนสหรัฐก็พอใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะทำให้ CNMI อยู่ใกล้ชิดสหรัฐมากขึ้น
เท่ากับขออยู่ในอุปถัมภ์ของสหรัฐ คล้ายสถานะของเปอร์โตริโก้
เพียงแค่ไม่ถือว่าเป็นรัฐที่ 51 เท่านั้น
แคโรไลน์ตะวันตก
Palau Atoll เดิมเป็นหนึ่งใน 6 เขตเมื่อมีการก่อตั้ง Congress of Micronesia ในปี 1964
แต่เมื่อสหรัฐสถาปนา The Federated States of Micronesia ในปี 1978 Palau
ขอแยกตัวออกมาตั้งเป็น Republic of Palau Islands (RPI) มี Koror เป็นเมืองหลวงในปีนั้น
(อีก อะตอล คือไซปันได้กล่าวถึงแล้ว)
มาร์แชลส์
สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล: Republic of Marshall Islands (RMI)
ได้ประกาศตัวเป็นประเทศ(de facto) แบบหลวมๆในปี1978 แต่ RMI คงต้องพึ่งพาสหรัฐต่อไป
อย่างน้อยก็บอบช้ำจากแรงระเบิดนิวเคลียร์ซึ่งสหรัฐต้องรับผิดชอบ อีกศตวรรษก็ยังไถ่บาปนี้ไม่หมด
วันนี้ RMI มีสถานทูต/กงสุล 5 แห่ง รวมที่สหประชาชาติด้วย:
1. USA (Honolulu)
2. Taiwan
3. Fiji
4. Japan
5. The United Nations
ตกลงวันนี้ บริเวณที่ก่อนสงครามโลกเรียกว่า ไมโครนีเซีย และ/หรือ ในตอนหลังสงครามเรียกว่า
ดินแดนภาวะทรัสตีของสหรัฐในมหาสมุทร์แปซิฟิก
ก็กลายเป็นรัฐอิสระหมดแล้ว เป็นการพัฒนาระบบการปกครองตนเองที่ค่อนข้างจะลงตัว อย่างน้อยก็โดยพฤตินัย
มีรายงานจาก East-West Center สัปดาห์นี้เองว่า เกิดปัญหาทุรโภชนาในบางรัฐ
เด็กนักเรียนขาดอาหารกลางวันจนต้องปิดโรงเรียน
ในอดีต ปัญหาเช่นนี้ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดได้ เพราะในน้ำมีปลา แม้ชาวเกาะจะไม่มีนา แต่อาหารจำพวกคาร์โบรไฮเดรทก็หาได้ง่ายจากเผือก มัน สาเก (ploy, taro, breadfruit)
แต่หาก ห้วย บึง เก่าถูกปรับมาเป็นที่ตั้งของตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทาง อารยานึกไม่ออกว่าเขาจะมีพื้นที่เกษตรที่ไหนเหลือ
สำหรับปลา ถ้าน้ำเสียจากโรงแรมไม่ได้ผ่านกระบวนการกรองให้เป็นน้ำดีอย่างเป็นระบบ ทะเลรอบเกาะก็อาจมีมลพิษ จับปลาไม่ได้
น่ากลัวว่า อนาคตชาวไมโครนีเซียจะคล้ายกับชาวบ้านริมคลองแสนแสบที่บ้านเราหรือเปล่าหนอ
- Attachments
-

- ธรรมชาติที่ทรักเหมือนชนบทภาคกลางเมื่อ 50 ปีก่อน
- Chuuk.jpg (71.26 KiB) Viewed 841 times
-

- จากยูเอ็น ถึง ไมโครนีเซีย 1978
- TTPI_UN_Mission_1978.jpg (37.15 KiB) Viewed 882 times
-

- จาก USTTPI >> FSM
พิธีมอบเอกราช 1978 - FSM.jpg (33.11 KiB) Viewed 887 times
Last edited by
อารยา on Thu Mar 27, 2008 4:11 pm, edited 7 times in total.