Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

ว่าด้วย "ไมโครนีเซีย"

Postby อารยา on Wed Apr 11, 2007 10:19 pm

ไปทรักต้อง Air Micronesia (แอร์ไมค์) เท่านั้นครับ ไม่ต้องหาชื่อนี้ในกรุงเทพฯ
แต่ Continental Airlines ออกตั๋วให้ไปถึง Weno [Chuuk]ได้
แต่ถ้าเป็น โตเกียว มนิลา ไต้หวัน ฮ่องกง บาหลี โฮโนลูลู แอร์ไมค์ไปถึง
และรับมาสู่ไมโครนีเซียได้ที่: Koror, Yap, Saipan, Guam, Weno, Majuro, Kwajalein, Kosrae, Pohnpei
วันนี้ แอร์ไมค์ไม่จำเป็นต้องใช้ B-727 ที่สามารถขึ้นลงบนแอร์สติปสั้นๆได้ เพราะสนามบินตาม "รัฐ" ต่างๆได้ขยายรัยเวย์ และไม่ขรุขระเหมือนยุคบุกเบิกในปลายทศวรรษที่ 1960s แล้ว
Image
YAP

Image
CHUUK (WENO)

Image
KOSRAE

Image
ที่ POHNPE ขณะนี้กำำลังอยู่ระหว่างขยายต่อออกไปอีก 200 กว่าเมตร
Image
ใช้เงินญี่ปุ่นล้วน 1,000 กว่าล้านบาท (อดีตนายกรัฐมนตรี "โมริ" ของญี่ปุ่นมีญาติเป็นชาวไมโครนีเซีย และเป็นหำลังสำคัญเบื้องหลังการสนับสนุนนี้) ปีหน้าเมื่อเสร็จแล้วจะเป็นสนามบินแห่งเดียวในไมโครนีเซียที่จัมโบ้ B-747 ลงได้
นอกนั้นยังคงสามารถรองรับโบ้อิ้งรุ่น B-767 ที่มาแทน B-727 (ปีไหนว่างๆจะลองค้นมารายงานครับ)


สมัยอยู่ที่ทรัก อารยาใช้เครื่องแอมฟิเบียน SA-16 ของเหลือใช้สงครามที่บินได้ และไม่เคยมาถึงปลายทางตามกำหนด แถมไม่มีวิทยุให้ติดต่อด้วย เวลามีพายุและยังมาไม่ถึงคนที่ไปรับทำได้อย่างเดียวคือสวดมนต์ วันที่แฟร้งค์ มาโฮนี่อำลาทรัก (หลังจากมาอยู่ยาว 18 ปีจนมีลูกสาวที่นั่นคนหนึ่ง) ใช้บริการของ SA-16 ไปกวม ทราบว่าจากนั้นไม่กี่ปีเครื่องโบราณนี้ก็ปลดระวาง

กลับมายุคเจ๊ต คอนติเนนตัลแอร์ไลน์บินมาไมโครนีเซียด้วยใจรักแท้ๆ ดูออกจะไม่คุ้ม เนื่องจากต้องมีค่าบำรุงรักษาระบบ "landing gear" เกินปกติ ยางล้อเปลี่ยนบ่อยมาก เพราะอัดบดกับทางวิ่งเป็นหินปะการังขณะบินลงแต่ละครั้งสึกเท่ากับลงที่สนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี้ 10 เที่ยว

"แอร์ไมค์" อยู่ได้เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่สหรัฐยอมขาดทุน เพื่อจะได้ครองใจชาวไมโครนีเซีย เข้าตำรา "Loss is gain"
อย่างน้อยตอนนี้ก็สำรวจพบน้ำมัน แร่ธาตุใต้ทะเลไมโครนีเซียอื้อ

หลังจากแอร์ไมโครนีเซียบินมาถึงโตเกียวปี 1977 (ก่อนสถาปนา FSM ปีกว่าๆ)
เส้นทางบินได้ขยายต่อไป ฮ่องกง ไต้หวัน มนิลา บาหลี (แต่ยังไม่ถึงกรุงเทพฯ)
Attachments
airmike.jpg
&quot;แอร์ไมค์&quot; (โครนีเซีย) ที่สนามบินบนเกาะโมเอ็น
airmike.jpg (36.09 KiB) Viewed 575 times
Airport.jpg
Airport.jpg (19.25 KiB) Viewed 586 times
Last edited by อารยา on Sat Jun 02, 2007 2:22 pm, edited 7 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Fri Apr 13, 2007 11:41 am

.ออออออออออ
Attachments
177308.jpg
177308.jpg (30.19 KiB) Viewed 565 times
1977 FRไมโครนีเซีย TO โตเกียว.jpg
1977 FRไมโครนีเซีย TO โตเกียว.jpg (20.9 KiB) Viewed 563 times
001156718795.jpg
001156718795.jpg (15.21 KiB) Viewed 681 times
Last edited by อารยา on Sun Apr 22, 2007 2:18 pm, edited 1 time in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ตาทุ้ย on Tue Apr 17, 2007 12:21 am

ขอบพระคุณ คุณอารยา เป็นอย่างสูงครับ

สำหรับคนชอบดำน้ำ Wreck Diving แล้ว Truk คือสวรรค์ที่เป็นสุดยอดในแถบแปซิฟิค
แต่ถ้าจะทำธุรกิจดำน้ำ ผมว่าที่นั่นมีเพียบ มืออาชีพทั้งนั้น
ถ้าจะมองธุรกิจที่น่าสนใจ ผมคิดว่าน่าจะเป็นการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว
เป็นธุรกิจที่คนไทยถนัด ไม่น้อยหน้าใครในโลกนี้

ผมมอง Micronesia ว่ามีจุดขายที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างเดียว
โดยมีการดำน้ำ Wreck Diving เป็นจุดขาย ส่วนอื่นเป็นพระรอง
ทะเลสวย ฟ้าใส ภูเก็ตก็มี พีพีก็เยี่ยม มาเลย์ ก็ใช่ย่อย
ถ้าจะเอา Accomodation & Entertainment พัทยาก็แหล่งเลย

ดังนั้น จุดขายของ Micronesia จึงแคบและเล็ก แต่เป็นจุดที่คนอื่นไม่มี
กลุ่มลูกค้า จึงเป็นกลุ่มเฉพาะ มีไม่มาก แต่มีกำลังซื้อ น่าสนใจนะครับ

ลำพังธุรกิจท่องเที่ยว โดยไม่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรม ผมเชื่อว่า Micronesia สามารถอยู่ได้สบายๆ
User avatar
ตาทุ้ย
 
Posts: 583
Joined: Sun Mar 18, 2007 12:06 pm
Location: เมืองนนท์ ประเทศไทย

Postby Guest on Tue Apr 17, 2007 11:18 pm

ผมเห็นด้วยครับว่าไมโครนีเซียคงจะพัฒนาไปได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก
เพราะจะพึ่งส่งออกแค่เนื้อมะพร้าวตากแห้ง (copra เอาไปทำน้ำมัน) คงไม่ไหว

ลองประเมินการท่องเที่ยวที่ทรักดูสักเล็กน้อย


วันนี้ บนเกาะโมเอ็น (Weno) มีโรงแรม 12 แห่ง (5 ดาว 2 แห่ง)ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
อีก 5-6 เกาะใน Truk Atoll (Chuuk State) ยังไม่มีแม้แต่โรงแรมเดียว


1. Christopher Inn โรงแรมนี้ดาวเดียว Rates 65 - $90 USD สร้างปี 2000
ตั้งอยู่ ณ จุดที่ "1 minute from airport" แปลว่า โมเอ็นเกาะขนาดเดิน 2 ชั่วโมงรอบ
คงยากจะมีที่บนเกาะเหลือให้สร้างโรงแรมแล้ว นอกจากจะเวรคืนสนามบินมาสร้างโรงแรม!

2. บนเกาะนี้เช่นกันมีพร้อมแล้ว อาทิ Car Rentals(7), Gift Shops (5), Taxi Services(1), Travel Services (3)
(ในวงเล็บ=แห่ง)


3. เกาะอื่นใน Chuuk State วันนี้ เข้าใจว่าสภาพไม่ได้ต่างไปจาก 40 ปีก่อน เชื่อว่าเกาะ Tol
ซึ่งใหญ่กว่า Weno ราว 3 เท่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ถ้าจะมีการลงทุน สาธารณูปโภคจะเป็นเรื่องใหญ่
หรือควรเล็งเกาะที่อยู่ท่ามกลาง "Wreck" มากที่สุด: ดูบลอน เฟฟาน เอเตน และพาราม
ImageImageImage
ดำน้ำลูกเดียว ขึ้นจากทะเลก็นอนฟังเสียงคลื่น เงียบ ไม่จอแจเหมือนที่เวโน
สนามบินเก่าของญี่ปุ่นบนทุกเกาะที่ว่า ปรับให้เป็นสนามบินเล็กพอให้เชสนาลงได้ อย่างมากในอนาคต


4.ทางเลือก: Kosrae ก็เป็นอีกแห่งในใน FSM เชื่อม Caroline (FSM) กับ Marshall Islands
หรือระหว่าง Chuuk กับ Kwajalein Atolls
(นึกถึง OperationHailstone ที่ทรักไม่ถึงสองสัปดาห์ หลังจาก Kwajalein โดนถล่มเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2487)

หรือจะไปโปรโมทในอดีตสมรภูมิที่ Tarawa, Menki, Kiribati ในหมู่เกาะ Gilberts ไม่ไกลจากทรักเท่าไหร่
ลากูนแถบนี้ก็มีคลื่นสงบ น่าจะแหล่งดำน้ำที่รื่นรมย์ไม่น้อยไปกว่ากันนะครับ
Guest
 

Postby aryaforum on Wed Apr 18, 2007 12:05 am

Memorial services set for the nation's First President

Palikir, POHNPEI (FSM Information Services): April 16, 2007 - President Nakayama died on March 29, 2007, in Hawaii. He was 75. The body of the former President Nakayama returned to his home State of Chuuk on April 14, where his body laid in repose at the Nakayama compound in Nantaku awaiting the memorial services scheduled for April 17.

The memorial services, as arranged, will begin at 9:00 am on April 17 with the procession of the Casket from the Nakayama compound to the Saram en Chuuk Hall for a service of Tributes and Reminiscences. It is expected that dignitaries and officials from the National Government, the State Governments, the neighboring Micronesian Governments along with various regional officials are expected to attend the services.

Opening and welcoming remarks may be delivered by President Joseph J. Urusemal and Chuuk Governor Wesley Simina. The Eulogy will be delivered by a former colleague and dear friend of the late President Nakayama, the First Speaker of the FSM Congress - Bethwel Henry. While former President Leo A. Falcam, Speaker Peter M. Chrisitan and James T. Stovall III are expected to deliver the Tributes and Reminiscences.

Concluding the Tributes and Reminiscences services will be special remarks from the family delivered by Ambassador Masao Nakayama.

Thereafter, the Memorial Services is scheduled for 11:00 am at the Holy Family Church in Nepukos and immediately following will be the funeral services and interment at the family cemetery in Mwan Village.

The Memorial Services are expected to be broadcasted live throughout the FSM beginning 9:30 am, Chuuk time


--------------------------------------------------------------------------------
For further information on this release, please contact:

FSM Office of the President
Public Information: Press, Radio, Video
P.O Box 34
Palikir Station, Pohnpei, FM 96941
Tel.: (691) 320-2548/2092
Fax.: (691) 320-4356
e-mail: fsmpio.fm
http://www.fsmpio.fm/
Attachments
FSMseal.gif
FSMseal.gif (10.26 KiB) Viewed 588 times
CNMI_Seal_300x300.gif
CNMI_Seal_300x300.gif (31.38 KiB) Viewed 586 times
Seal-RMI.gif
Seal-RMI.gif (24.21 KiB) Viewed 588 times
Last edited by aryaforum on Sat May 05, 2007 5:48 pm, edited 1 time in total.
User avatar
aryaforum
Site Admin
 
Posts: 75
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:54 am
Location: Thailand

FSM ELECTS EMANUAL MORI AS NEW PRESIDENT

Postby อารยา on Tue May 15, 2007 8:09 am

ชาว FSM มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
และรัฐสภาได้ทำการลงมติเมื่อสองวันก่อนให้ Emanuel Mori (Manny)ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ นับเป็นคนที่ 7 ตั้งแต่ปี 1979
ชื่อนี้ค่อนข้างคุ้น เพราะอารยาจำได้ว่า 10 ปีก่อน (1997) "มานนี่" เคยลาออกจากประธานธนาคารเพื่อการพัฒนา FSM
เพียงเพราะถูกมองว่าตระกูล Mori ของเขามีอิทธิพลในทรัก อาจทำให้มีการเลือกปฏิบัติในการปล่อยสินเชื่อ
ซึ่งจะไม่เป็นธรรมกับอีก 3 รัฐอื่นใน FSM


รองประธานาธิบดีคนใหม่มาจากรัฐคอซะเระ ชื่อ อะลิก อะลิก (Alik Alik)
เรดลี่ รองประธานาธิบดี(เด็กไฮสคูล ที่เคยพายแคนูเล่นในทรักลากูนกับอารยาเมื่อสมัยโน้น)ลงแข่งด้วย
แต่คะแนนน้อยถึงกับไม่ได้เข้าสภาด้วยซ้ำ


หลังจากสภา FSM ลงมติเลือกผู้นำรัฐบาลและตำแหน่งสำคัญอื่นๆเสร็จก็ปิดการประชุม 1 สัปดาห์ เพิ่งจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งวันนี้ครับ
คนเปลี่ยน อำนาจเปลี่ยน ก็คงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนนั้นและบริวาร แต่ถ้าระบบดี เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นปกติ
ไม่ใช่เป็นเพราะประเทศเล็ก

ปีหน้า สหรัฐอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศครั้งใหญ่ อาจได้ผู้หญิงมาบริหารทำเนียบขาวแทนที่จะเคยอยู่แต่ในครัว
ไม่เกินปีนี้ โทนี่แบล์ของอังกฤษอาจต้องยกแหน่งนายกไปให้เพื่อน แล้วตัวเองก็ลงพร้อมกับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเลเบอร์
คนพวกนี้เมื่อรักประเทศ รักประชาชนแล้ว เรื่องอำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ก็เป็นแค่โลกธรรม ปล่อยวางได้
คงไม่ต้องมาตีความว่าในรัฐธรรมนูญเขียนว่าอย่างไร พอจะตะแบงกันได้ตรงไหนบ้างไหม
ก็อังกฤษมีรัฐธรรมนูญกับเขาซะเมื่อไหร่ล่ะ
"จบเป็นจบ" (เออ แล้วไม่เห็นมีใครต้องพูดคำนี้ด้วย)


อารยาทราบข่าวการเมือง FSM เปลี่ยนแปลงจาก "อีสต์เวสต์เซ็นเตอร์ นิวส์เลตเตอร์" ("EWCUpdates@eastwestcenter.org")
แต่พบในสื่อต่างประเทศในละแวกแปซิฟิคหลายแหล่งเหมือนกัน
อาทิ ในวันเดียวกันจาก WELLINGTON, New Zealand (Radio New Zealand International, May 11) – The Federated States of Micronesia has elected a new president. Emanual Mori was chosen during the opening session of the FSM congress in Pohnpei. Mr Mori, who is from the State of Chuuk, is the country’s seventh president and replaces Joseph Urusemal.
Attachments
ema.jpg
&quot;มานนี่&quot; ปธน. สดๆร้อนๆ
ema.jpg (1.75 KiB) Viewed 547 times
Joseph Urusemal.jpg
โจ ก็เป็นอดีต ปธน.
Joseph Urusemal.jpg (14.41 KiB) Viewed 544 times
RedleyKillion.jpg
เรดลี่ เป็นอดีตรอง ปธน. ไปแล้ว
RedleyKillion.jpg (6.64 KiB) Viewed 544 times
Last edited by อารยา on Tue May 29, 2007 8:47 am, edited 2 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ตาทุ้ย on Mon May 21, 2007 11:31 pm

ยิ่งอ่านก็ยิ่งน่าติดตามครับ ผมเองไม่เคยมีข้อมูลของ Micronesia มาก่อนเลย
นอกจาก Truk ซึ่งก็รู้จักแต่เพียงในหนังสือ แล้วก็นั่งฝันว่าอยากจะไปถึงสักวัน

ตอนนี้ผมพยายามค้นข้อมูลของ Truk เผื่อว่าสิ้นปีหน้าอาจมีวาสนาได้ไปดำน้ำที่นั่น
น้ำใส ทะเลสวย บ้านเราก็มี แต่ซากเรือจมหลายสิบลำกระจัดกระจาย บ้านเราไม่มี
แถมการจมยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ น่าศึกษาอีกต่างหาก

ตอนนี้ผมตั้งข้อสังเกตว่า เรือญี่ปุ่นที่จมที่ Truk ส่วนใหญ่เป็นเรือลำเลียง
มีเรือรบน้อยมาก ใหญ่สุดก็แค่ระดับเรือพิฆาต แสดงว่า Truk เป็นแค่จุดพักเรือ
คงไม่ถึงกับเป็นฐานทัพ ถ้าเทียบกับอ่าวคัมรานห์ของเวียดนาม ที่ญี่ปุ่นใช้อยู่ในช่วงสงคราม

ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการบุก Tarawa ของอเมริกัน เป็นเกาะที่มีลักษณะคล้าย Truk
เป็นเกาะราบๆ แบนๆ เกิดจากประการังแบบเดียวกัน มีต้นมะพร้าวขึ้นเต็ม
อเมริกันใช้ปืนเรือ ถล่มทั้งเกาะจนราบ มองจากอีกฝั่งเห็นทะเลอีกฝั่งได้ชัดเจน

ขอบพระคุณอาจารย์อารยา สำหรับข้อมูลเหล่านี้ครับ
อาจารย์อย่าเพิ่งหยุดโพสท์นะครับ ผมจะติดตามอ่านไปเรื่อยๆ
User avatar
ตาทุ้ย
 
Posts: 583
Joined: Sun Mar 18, 2007 12:06 pm
Location: เมืองนนท์ ประเทศไทย

Postby อารยา on Tue May 22, 2007 12:43 pm

ญี่ปุ่นขนนางบำเรอมาไว้ที่ทรัก สูงสุดเมื่อปี 1942 ถึง 5 พันคน
ทำให้นึกถึงฐานทัพอากาศที่ตาคลี เอ็นพีเคที่นครพนม เลิงนกทาที่อุบล สมัยสงครามเวียดนามที่มีจีไอมาอยู่เต็มเมือง

ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีที่จอดสมอถาวร เพราะเริ่มจากการเป็นฝ่ายรุกตั้งแต่ตอนถล่มเพิร์ล กองเรือโตร่า โตร่า ก็มาพักที่ทรักนี้ก่อน

ถ้าเทียบทรักกับเพิร์ลฮาเบอร์ ทรักมีข้อด้อยกว่ามาก เพราะเพิร์ลเป็นทั้งฐานลอยน้ำที่มีไว้ทอดสมอ
และยังมีอ่าว ที่ตั้งสนามบิน (ฮิคแกม) ซึ่งไม่ต่างจากที่คัมรานห์ในองค์ประกอบที่ว่านี้
แต่ทรักเป็นที่ทอดสมอและไม่มีพื้นที่เบื้องหลัง แต่นั่นไม่มีทางเลือก
เนื่องจากนี่มิใช่เกาะ "โพลีนีเซีย" ที่กว้างขวางอย่าง โอวาฮุ ฮาวาย มาวี โมลุกไค ทำนองนั้น


หลังจากพบ PBY-5 Blackcat Catalina สองลำบินมาสอดแนมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2487
ญี่ปุ่นขนซีโร่ 300 กว่าเครื่องบินไปหลบที่เกาะพาเลาทัน
ที่ยังจอดอยู่ 300 กว่าที่ทรักนั้น ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างซ่อม แท็กซี่ออกมาได้ 70 ลำ
และครึ่งเดียวที่บินขึ้นมาได้ก็ถูก Hellcat ส่องไม่เหลือ
ยามาโตะก็ออกมาทันเหมือนกัน


อีกนิด ผมเจอแต่ F4F, F6F (Wildcat กับ Hellcat สายพันธุ์ที่ผลิตโดย บ. "Grumman")
จนสงสัยว่า เอ เครื่องแบร์แคต (Bearcat) หายไปไหน ไม่มีบทยิงไก่งวงมันๆที่สมรภูมิไซปันให้เห็นเลย
อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งได้ข้อมูลเป็นคำตอบคาใจ
1. บ. กรัมแมน สร้าง F8F-Bearcat เสร็จไม่ทันใช้ สงครามเลิกพอดี
2. ปี 2494 สหรัฐส่งแบร์แคทให้เมืองไทย 240 ลำ เป็นการสมนาคุณที่ไทยส่งกำลังไปช่วยรบเกาหลี

ที่นึกถึงแบร์แคตก็เพราะคลับคล้ายคลับคลาว่า เคยเห็นเครื่องบินเป็นร้อยๆลำใส่เรือโยงลากผ่านหน้าบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ตอนเด็กมากๆ ขนาดแค่พอจะจำความได้เท่านั้น
พอรู้เรื่องขึ้นมา แต่ก็คงสัก ป.1 มีญาติแถวบ้านศาลเจ้า บางกระสอ เป็นนักบินขับแบร์แคต
แต่เคราะห์ร้ายขับไปตกหัวทิ่มดินที่วัดเขียน

บางวันนั่งอยู่หัวตะพานหน้าบ้าน แบร์แคทบินผ่านมาแทบจะตะโกนคุยกันกับนักบินเลย
ช่วงนั้นจนถึงเรียนมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัด ได้ยินเสียงและเห็นแบร์แคตผ่านหัวทุกวัน
นักบินก็ชอบมาบินผาดโผนให้ดูเสมอ
ไต่เพดานให้สูงดิ่งขึ้นแล้วปล่อยให้ร่วงพลิกไปพลิกมาเหมือนไม่มีคนขับให้เห็นบ่อยๆ
จนนักบินคงคิดว่าคนดูหัวใจวายไปแล้วจึงเงยหัวขึ้นไต่ระดับใหม่
หรือไม่ก็บินหงายท้องเล่นซะยังงั้น ก็มีข่าวแบร์แคตตกค่อนข้างบ่อยเพราะนักบินไทยชอบสนุก
บางรายที่ตกก็ลือกันว่าขับมาอวดแฟน โฉบต่ำลงมาโบกมือต่ำไปหน่อยเลยเงยหัวไม่ทัน

ก็เป็นยุคแบร์แคตเฟื่องในบ้านเราถึงขนาดครูการฝีมือให้การบ้านเป็นสร้างหุ่นเครื่องแบร์แคท
แบบอื่นก็มีเหมือนกัน สปิตซ์ไฟร์ คอร์แซร์ เท่าที่ผมจำได้
Attachments
F8Fbcat.jpg
F8F-BEARCAT
F8Fbcat.jpg (39.87 KiB) Viewed 460 times
f6f_cors.jpg
F6F-HELLCAT
f6f_cors.jpg (52.81 KiB) Viewed 470 times
021408.jpg
HELLCAT AT WAR
021408.jpg (81.12 KiB) Viewed 463 times
Last edited by อารยา on Sat Jan 31, 2009 2:32 am, edited 4 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ตาทุ้ย on Fri Jun 01, 2007 1:55 am

ผมต้องขออภัยต่ออาจารย์อารยาด้วยครับ ผมไม่ได้โพสท์เสียหลายวัน
เนื่องจากตอนนี้สภาพร่างกายของผมแย่เต็มที จนหมอต้องบอกให้นอนให้ครบ ๘ ชั่วโมง
และออกกำลังกายอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แต่ก็หลับยากเย็น เลยต้องใช้เบียร์ ๑ กระป๋อง ดื่มให้ท้องอืด แล้วหลับได้
สรุปว่าผมมีค่าใช้จ่ายในการทำให้หลับเพิ่มขึ้นวันละสามสิบกว่าบาท

เรื่องเรือ Oite ผมเคยเห็นแผนที่แสดงหมายเรือจมนะครับ ผมจะหาโอกาสค้นมาเสนอ
แต่คาดว่าเรือคงจะเละ เนื่องจากเป็นเรือพิฆาตขนาดเล็ก โดนตอร์ฯขนาดนั้น อย่างน้อยต้องขาดสองท่อน

เรื่องเครื่อง Bearcat ผมเคยได้ฟังครูสฤษฎิ์พร ท่านเล่าให้ฟัง เพราะท่านเคยบินเครื่องนั้นมาก่อน
ท่านบอกว่าบินยาก เป็นเครื่องที่มีน้ำหนักมาก กำลังสูง อัตราร่อนต่ำ เวลา Landing ยิ่งยากสุดๆ
ในจังหวะที่"เงยแปะ" คือจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ล้อจะแปะพื้นทางวิ่ง ถ้าผิดท่าผิดทาง เป็นได้เรื่อง
เพราะว่าปลายวงใบพัดของ Bearcat อยู่สูงกว่าพื้นแค่ฟุตกว่าๆ

ที่มาตกที่วัดเขียน แม่ผมก็เคยเล่าให้ฟังครับ(แม่ผมเป็นคนแถววัดรวก บางสีทอง)
เหมือนอย่างที่อาจารย์อารยาเล่า เห็นว่ามาโฉบต่ำจนปลายปีกชนต้นมะพร้าวขาด จนเสียการทรงตัว
นักบินสมัยก่อนเขาได้บินกันจริงจัง เนื่องจากยุคนั้นนักบินต้องใช้ฝีมือบินในการรบแบบ Dog Fighting
คนและเครื่องบิน ต้องฝึกจนคุ้นเคย เป็นหนึ่งเดียวกัน นักบินเก่าๆจึงมีฝีมือบินมาก

แค่บินระดับต่ำ(Low Operation) เป็นเรื่องเด็กๆ ในสมัยนั้น ใบพัดแทบฟันต้นหญ้า
มาถึงรุ่นหลังๆนี่ ลงมาถึง ๕๐ ฟุต ก็แทบจะตาเหลือกหัวหงอกกันแล้วครับ แต่ก็ชอบ มันเร้าใจดี
เคยมีเครื่อง AT-6 (ที-ซิกส์ รุ่นที่ไปทิ้งระเบิดใส่เรือศรีฯ) เขาเล่นลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำที่ราชบุรี
นักบินลืมไปว่าตอนนั้นน้ำกำลังขึ้น ช่องว่างแคบลง ผลคือตายทั้งคู่เลย

พรุ่งนี้ผมมาต่อนะครับ ขออนุญาตไปทำตามคำสั่งหมอก่อน
User avatar
ตาทุ้ย
 
Posts: 583
Joined: Sun Mar 18, 2007 12:06 pm
Location: เมืองนนท์ ประเทศไทย

Postby อารยา on Fri Jun 01, 2007 4:33 pm

นั่นน่ะซีคุณตาทุ้ย หมู่นี้เห็นเงียบไป
โรคนอนไม่พอ พวก workaholic เป็นกันมากครับ

ปีที่แล้ว ผมไอเป็นเดือน ตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาลนั่งเกล้า
ตรวจเสมหะ เอ็กซ์เรย์ปอด สารพัด รวม 2 วัน
โดยเฉพาะเสมหะ 3-4 ตลับเล็กๆ หนึ่งในนั้นต้อง (ขอโทษ) ขากตอนที่ตื่นนอนใหม่ๆ ยังไม่สีฟัน
เพื่อดูขณะที่สกปรกที่สุด
ผลออกมาไม่มีเชื้อที่จะบอกว่าเป็นโรคอะไรเลย เสมหะก็ปลอดเชื้อ ปอดก็ไม่มีจุด ทีบีไม่มี
สุดท้ายก็มาพบสาเหตุเพราะนอนน้อยนี่แหละครับ
แน่ใจหรือครับว่าก่อนนอน เบียร์กระป๋องเดียวเอาอยู่


ผมจำได้แต่คนเขาลือกันว่าเครื่องบินแบร์แคทตกที่วัดเขียน ต้องขุดเอานักบินออกแทบแย่
ผมอยากไปดูแต่เด็กมาก รู้แต่อยู่ฝั่งขะโน้น ก็เลยแต่ฟังเขาคุยกัน
สมัยก่อนธนาคารออมสินอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดเก่า
เป็นห้องเล็กๆ แม่ผมพาไปแล้วบอกว่าแฟนของนักบินชื่อน้าประสพศรี คนที่เป็นเจ้าหน้าที่รับฝากเงิน
ผมเห็นน้าแต่งชุดดำ เป็นคนสวย แต่หน้าตาไม่เสบยเหมือนคนดุๆ คงเศร้ามาก เพราะคู่รักนักบินเพิ่งจากไป
ผมจำชื่อได้เพราะลายเซ็นน้าประสพศรีในสมุดคู่บัญชีสวยอ่านชัดประทับใจ

พอมีสะพานพระราม 5 วัดรวกไม่ไกลจากบ้านผมแถวหัวถนนเลี่ยงเมือง ที่แยกจากรัตนาธิเบศรเท่าไหร่
คุณย่าผมคนบางกรวยครับ แต่ก่อนพายเรือผ่านวัดไฟไหม้ (วัดอมฤต) ไปจนถึงแม่น้ำน้อย
วันนี้เลือนลาง ผมจำภาพเก่าแทบไม่ได้แล้วครับ
Last edited by อารยา on Fri Jun 01, 2007 9:49 pm, edited 3 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Fri Jun 01, 2007 5:55 pm

"dog fight" พอทำให้นึกถึง f4fWildcat เจอเครื่องซีโร่เมื่อไหร่ เหมือนหมากัดกันทุกครั้ง
แต่"เงยแปะ" นี่ต้องขอบคุณมาก เพิ่งได้ยินครับ คุณตาทุ้ยพูดแล้วเห็นภาพเลยว่าจังหวะแปะ หน้าแบร์แคทต้องเงยพอ
พลาดแค่ 2-3 องศาเป็นเรื่องเพราะขนาดปลายใบพัดหมุนปกติก็ได้ฟันยอดหญ้าแล้ว

พุดถึงเรือโออิเตะ ผมก็ว่าพวก wrecks ที่ถูกน้ำทะเลกัดจนซากกร่อนมากก็คงไม่เป็นที่สนใจกันสักเท่าไหร่
แต่ถ้าคุณตาทุ้ยเจอ ผมก็อยากดูว่าจมแถวไหนเอ่ย ขอบคุณล่วงหน้าครับ
วันนี้หลับตานึกถึงทรัก ยังมีภาพประทับใจ เหมือนเพิ่งไปมาเมื่อเดือนที่แล้ว
สำหรับเกาะดูบลอน(อยู่หลังเกาะโมเอ็นไปทางตะวันออกเฉียงใต้) อ่านพบว่าทางการสหรัฐถือเป็น naval base ของญี่ปุ่น
ส่วนบริเวณที่เป็น "anchorage" ก็มีดูบลอน เฟฟาน เอเต็น โมเอ็น สามสี่เกาะล้อม
ที่ผมค่อนข้างจะตื่นตาจากที่มาค้นพบภายหลังกลับจากทรักคือ
มันถล่มกันแรงขนาดนั้นเชียวหรือนี่ ตอนที่ผมพายแคนูเล่นที่ทรักไม่คิดว่าจะเป็นหนังคนละม้วน


ผมจำชื่อครูฝึกบินของคุณตาทุ้ยได้แม่นแล้ว ดูท่าทางครูสฤษฎิ์พรท่านประเภทกระดูกเหล็ก
ตอนพล.อ. พัลลภ รอดจากนาปาล์ม ท่านก็ไปรับมา แล้วตอนเจ้าลี่ตงขอให้ขับโปรยใบปลิวท่านก็ร่วมวงสวิงกับเขาด้วย
วีรกรรมของท่านคงมีอีกแน่ ท่านยังอยู่ที่บ่อฝ้ายหรือเปล่าครับ

ข้อด้อยของแบร์แคทที่ครูท่านบอกนั้น ก็เชื่อว่าจริง และคาดว่าถ้าไปเจอ F4F-Wildcat กับ F6F-Hellcat อาจหนักกว่า
เพราะฟังจาก บ. กรัมแมนผู้ผลิต เห็นคุยว่าแบร์แคทเบาและคล่องตัวกว่าสองรุ่นนั้น
กรณีของแบร์แคทอาจมีคำอธิบาย เพราะต้องไม่ลืมว่าเครื่องบินรบพอออกมาใช้สักพัก ต้องกลับมาปรับปรุงไม่ได้หยุด
บางครั้งเปลี่ยนเยอะเหมือนกันใช่ไหมครับ
แต่แบร์แคทนี่ผลิตมาสหรัฐก็ไม่มีโอกาสได้นำเข้าสู่ปฏิบัติการแอร์คอมแบต เพราะสงครามเลิกเสียก่อน
ผลิตมากี่พันลำผมจำไม่ได้ ที่ส่งมาเมืองไทยนี่แทบจะถือว่าใหม่ถอดด้ามเลยก็ว่าได้

ดูเหมือนจะมีทีมบลูเองเจล เขายังบินแบร์แคทกันอยู่ คงจะปรับปรุงกันไปไม่น้อยแล้ว ผมเดาน่ะครับ
แล้วของเราผมก็ไม่ทราบว่ายังบินเจ้าแบร์แคทนี้กันอยู่หรือเปล่า ตอนนี้เหลือกี่ลำ แล้วเก็บไว้ที่ไหน เลยอยากทราบเหมือนกัน

ผมพอดีไปอ่านเจอคือ ที่นั่งของแบร์แคท ไม่มีที่ปรับขยับให้ operate เครื่องได้สะดวกสำหรับสรีระของนักบินไทยที่แขนขาไม่ยาวเท่าฝรั่ง
เวลาจะไปบิน นักบินไทยจะต้องไม่ลืมเอาหมอน หรือที่รองนั่ง พิงหลังไปด้วย
เลยชักสงสัยว่าที่ตกบ่อยอาจลืมคว้าหมอนรองก้นขึ้นเครื่องไปด้วย

อีกเรื่อง การที่แบร์แคทเป็นเครื่องบินที่นั่งเดียว จึงไม่มีวิธีเรียนรู้ตำแหน่งปุ่มที่หน้าปัดของของเครื่องดีไปกว่าผูกตานักบิน
แล้วหัดคลำจนแม่นเหมือนตาเห็นว่าอะไรอยู่ตรงไหน พลาดไม่ได้ ครูจึงจะปล่อยให้บินเดี่ยว
ตอนนี้ก็อย่างว่าครับ ตัวใครตัวมัน เพราะครูขึ้นไปบอกหรือช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

จริงๆแล้ว นอกจากเรื่องตื่นเต้นของครูสฤษฏิ์พรที่ทราบจากคุณตาทุ้ย
ผมเชื่อว่าพวกเราคงอยากฟังเรื่องที่คุณตาทุ้ยเองเคยลุยเสี่ยงชีวิตอะไรมาไม่ว่าตอนอยู่บนฟ้าหรือใต้น้ำ
กระซิบก็ได้ครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ๐๐๑๖ on Fri Jun 01, 2007 10:15 pm

*อ่านแล้วเร้าใจจริงๆ ทำไมสมัยก่อนผมไม่คิดถึงทหารเรือ-ทหารอากาศมั่งนะ มีเรื่องให้ทำเยอะมากจริง*
Image
..แผ่นดินไทยไม่มีวันถูกแบ่งแยก..
User avatar
๐๐๑๖
 
Posts: 73
Joined: Tue Mar 20, 2007 4:43 am

Nostalgia

Postby อารยา on Sat Jun 02, 2007 7:47 am

ท่าน ๐๐๑๖ และคุณตาทุ้ยช่วยให้เรื่องมีสีสัน และความหมายมากขึ้นทันตาเลยครับ ขอบคุณมาก
พอพูดถึง dog fight ก็พลันได้เห็นเครื่องซีโร่โดนส่องพอดี อาจเป็นฝีมือของไอ้แมวป่า Wildcat เมื่อวันล่าไก่งวงเหนือไซปัน!
ข้อมูลเจ้าหมีแมวที่เอาไปทาบกับมิกนี่เด็ดขาดมากครับ แต่เหลือบินได้เครื่องเดียวนี่หมายถึง 1 ใน 240 เครื่องที่เราได้มาเมื่อ 2494 หรือ 56 ปีก่อน
น่าตกใจเหมือนกันครับ


ภาพแรกของคุณตาทุ้ยบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเกาะใด แต่อยากเดาจากภูมิทัศน์ขวามือว่าเป็นดูบลอนอยู่ดีครับ
ทำไมผมมีแต่ภาพขาวดำ ถ้าคุณตาทุ้ยมีอีกก็แจ่มสิครับ

แต่สุขศาลาที่ศาลากลางเมืองนนท์จำได้ครับ ยกเว้นป้าพยาบาลแก่ๆที่ผมไม่น่าลืมชื่อแก
ยาไม่มีอะไรใหม่ แต่ป้าใจดี
เอ เรื่องเก้าอี้พระเจ้าตากสินฯนี่ใหม่มากสำหรับผมครับ เมื่อเดือนมกราต้นปีผมก็ขึ้นไปชั้นบนของตึกนี้
บรรณารักษ์คนแรกก็เสียไปแล้ว จะไปสืบจากใครดีน้อ ตอน
Last edited by อารยา on Sun Jun 03, 2007 10:27 pm, edited 3 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

ข่าวสารผ่านอีเมล์ล่าสุด

Postby อารยา on Sun Jun 03, 2007 6:13 pm

คงจำน้องชายโตซิโวที่มาเจอกับผมที่กรุงเทพฯได้นะครับ
เมื่อวานซืน อารยาได้อีเมล์จาก FSM (โพนะเพะ) ว่า มาซาโอะ ยังคงเป็นทูตประจำยูเอ็น และกำลังลงสมัครเลือกตั้งซ่อม
หลังจาก "มานนี่" ต้องสละที่นั่งในสภาไปรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนที่แล้ว

และคาดกันว่า อีก 4 ปี มาซาโอะ จะลงแข่งเป็นประธานาธิบดีแทนพี่ชาย โตซิโว



(อารยา):...I am still in Bangkok. I know Redley Killion failed even to get elected in March. I didn't know Masao's whereabouts. Who is Ambassador to the UN now?

(FSM): Masao still is Ambassador to the UN but has filed to fill the four year at large seat vacated by Manny Mori if people elect him.
Last edited by อารยา on Fri Jul 20, 2007 2:33 pm, edited 1 time in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Sun Jun 03, 2007 6:42 pm

ท่าน ๐๐๑๖ ครับ เครื่องซีโร่ของท่านร้ายกาจขนาดสอย SDB Dauntlesses ร่วงทั้ง sorties 10 ลำ@3 คน ร่วงหมด ในศึกมิดเวย์นักบินอเมริกันทั้ง 30 คน เหลือรอดมาได้แค่คนเดียว ชื่อจ่าเกย์ (Gay)
ImageImage
ภาพบนขณะมารับรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทหารใกล้ฐานทัพฮิกแกม บริเวณพิร์ลฮาร์เบอร์ครับ ภาพล่าง บนเรือ USS Yorktown


หลังจากศึกมิดเวย์แล้ว เครื่อง SDB ที่จ่าเกย์บินประจำถูกปลดประจำการทั้งหมด กองทัพเรือได้ F6F-Hellcat มาบินแทน และสามารถต่อกรเครื่องซีโร่ได้อย่างถูกคู่

คงจำได้ ในสงครามทะเลฟิลิปปินส์ที่หมู่เกาะมาเรียน่าส์ Hellcat ทำสถิติยิงเครื่องบินญี่ปุ่นตกมากที่สุด สามร้อยกว่าลำภายในวันเดียว (19 มิถุนายน 2487)
Last edited by อารยา on Sat Mar 29, 2008 12:46 pm, edited 4 times in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

PreviousNext

Return to สารคดี,การเมือง,ประวัติศาสตร์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron