
เขาพระวิหาร: วาระแห่งชาติของไทย
กัมพูชาได้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารให้เป็น “มรดกโลก” อย่างต่อเนื่องมาประมาณ 3-4 ปี รัฐบาลไทยวันนี้จึงควรให้ความสำคัญกับการประชุมที่ยูเนสโกจะทำการรับรองข้อเสนอของกัมพูชาในเรื่องดังกล่าวขั้นสุดท้ายในเดือนกรกฏาคม และประเทศไทยยังคงได้รับเกียรติเข้าร่วมประชุมเหมือนเดิมในฐานะที่มีส่วนในประเด็นปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรที่ติดพันกันมา
จึงไม่มีประเด็นที่นายสมัครกำลังทำให้สังคมสับสนเกี่ยวกับความผิดพลาดของรัฐบาลใดๆ หลังจากศาลโลก ตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาเมื่อ 46 ปีก่อน
ภารกิจด่วนที่สุดของประเทศและคนไทยวันนี้คือจะหาทางออกอย่างไรที่ยังไม่ถึงกับอับตันนี้ และยังคงรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างไทยและกัมพูชาไว้
การเจรจาที่ฝรั่งเศสเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2551:
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมร่วมกับองค์การยูเนสโกและกำพูชา ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสว่า ตนประสบความสำเร็จในข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชากรณีการอ้างสิทธิพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณที่ตั้งของปราสาทเขาวิหาร โดยที่ทางกัมพูชายอมรับการเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และจะส่งแผนที่ใหม่แสดงขอบเขตตัวปราสาทให้ฝ่ายไทยและยูเนสโกพิจารณาในวันที่ 6 มิถุนายน 2551
นายนพดลย้ำวลี “ทางกัมพูชายอมรับ…” เพื่อพยายามสื่อว่าไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจากับกัมพูชา แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงการกล่าวกลบเกลื่อน เพราะเพียงการให้กัมพูชาเป็นฝ่ายทำแผนที่ใหม่โดยลำพัง นายนพดลต่างหากที่เป็นฝ่าย “ยอมรับ”
ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังจากนายนพดลยอมให้ทางกัมพูชาส่ง “แผนที่ใหม่” ยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายนพดล “มีงาน” เพราะหลังจากกระทรวงการต่างประเทศได้รับแผนที่ใหม่จากทางกัมพูชาเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2551 แทนที่นายนพดล จะ รายงานต่อรัฐสภาโดยไม่ชักช้าตามขั้นตอนและธรรมเนียมปฏิบัติของระเบียบการบริหาราชการแผ่นดินในกรณีที่เกี่ยวข้องกับดินแดนความมั่นคงของชาติ นายนพดลกลับปกปิดเอกสารสำคัญและผลการประชุมที่ปารีสถึง 10 กว่าวันเพียงแค่นำเข้าสู่วาระการประชุม ครม. เมื่อวันอังคาร 17 มิถุนายน 2551 เท่านั้น
แต่หากนับถึงวันที่นายนพดลกลับจากการประชุมที่ปารีส โดยที่รัฐสภาไม่ได้รับรู้อะไรเลย ก็ล่วงเลยมากว่า 3 สัปดาห์ นายนพดลเป็นเจ้ากระทรวงการต่างประเทศของประเทศใดกันแน่?!
มีกระแสร่ำลือว่านายฮุนเซ็นได้ขอร้องให้ทางการไทยปกปิดแผนที่ใหม่ที่แสดงขอบเขตของพื้นที่ทับซ้อนที่ส่งมา เพราะช่วงนั้นมีการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชาพอดี ด้วยเกรงว่าจะเกิดปฏิกริยาจากคนไทย และส่งผลกระทบต่อฐานเสียงของพรรคนายฮุนเซ็นได้
เบื้องหลัง:
(1) ย้อนกลับไป ปี 2548 รัฐบาลทักษิณจงใจให้กัมพูชาได้เป็นเจ้าของมรดกโลกเขาพระวิหารฝ่ายเดียว มิไยที่คณะกรรมการมรดกโลกไทยได้เสนอแนะให้ไทยร่วมเป็นเจ้าของมรดกโลกกับกัมพูชา ทางองค์การยูเนสโกมองว่านั่นคือทางออกที่จะผ่อนคลายปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณที่ตั้งเขาพระวิหารที่คาราคาซังมาเกือบครึ่งศตวรรษ ในขณะที่ทางกัมพูชาก็พร้อมกับการตัดสินใจที่จะร่วมเป็นเจ้าของมรดกเขาพระวิหารร่วมกัน เพื่อจะได้หมดปัญหา“หญ้าปากคอก” นั่นคือการได้ครองปราสาทแต่ไม่มีหนทางขึ้นไปชื่นชมได้อย่างปกติ เป็นเรื่องที่คนกัมพูชาไม่รู้สึกยินดีและเป็นทุกข์ใจยิ่ง
(2) แต่เป็นโชคร้ายของประเทศ เพราะนอกจากรัฐบาลทักษิณไม่มองปัญหาบนพื้นฐานผลประโยชน์ของชาติ ยังใช้ปมปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไปเป็นส่วนหนึ่งของข้อแลกเปลี่ยน ที่ให้กัมพูชาเท่านั้นเป็นเจ้าของมรดกโลกเขาพระวิหาร และตนเองขอให้นายฮุนเซ็นตอบแทนตนด้วยพื้นที่อุดมด้วยก๊าซธรรมชาติกว่า 3 หมื่นตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย เพื่อยุติปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
(3) เมื่อ "วินวินเกมอัปยศ" เข้าใจกันระหว่างผู้นำทั้งสอง รัฐบาลทักษิณยังสมนาคุณด้วยการตัดถนนจากฝั่งทะเลตะวันออกของไทยเข้าไปเชื่อมแหล่งทรัพยากรที่ว่านี้ทันที ถนนสายนี้นายนพดลเพิ่งไปร่วมทำพิธีเปิดกับผู้นำกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้ จากนั้นก็สานต่อกโลบายต่างๆให้ “นายใหญ่” อย่างซื่อสัตย์ จนค่อนข้างจะชะล่าใจเกินไปในกรณีเขาพระวิหารยุค “มรดกโลก” นี้
(4) นายนพดลแสร้งสับสนระหว่างการเป็นเจ้าของปราสาทเขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินให้เป็นของกัมพูชาเมื่อ 46 ปีก่อน กับประเด็นการเป็นเจ้าของมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยกับกำพูชา โดยย้ำคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2505 เสมือนว่าปิดกั้นมิให้ไทยและกัมพูชาจะเป็นเจ้าของมรดกโลกร่วมกันได้ ทั้งๆที่เป็นคนละเรื่องทั้งในหลักการและข้อกฏหมาย
น่าสงสัยว่านายนพดลเป็นนักเรียนกฏหมายทุนอนันทมหิดลได้อย่างไร เพราะคำพูดคำจาบ่งบอกถึงความด้อยทั้งวุฒิภาวะ และสติปัญญาที่ความรู้ไม่ได้ช่วยขัดเกลาความเขลาที่ติดตัวมาแต่ประการใดเลย
เงื่อนไข และทางออก:
(1) ขณะที่เขียนนี้ยังไม่สาย หากรัฐบาลไทยจะทบทวนนโยบายจับมือกับทางกัมพูชาประกาศเป็นเจ้าของมรดกโลกเขาพระวิหารร่วมกัน และให้ผู้แทนฝ่ายไทยเตรียมเรื่องเข้าสู่การประชุมครั้งสุดท้ายในวาระที่ทางยูเนสโกจะรับรองมรดกโลกเขาพระวิหารอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กรกฏาคม 2551 ที่จะถึงนี้
(2) อุปสรรคสำคัญอยู่ที่รัฐบาลนอมินีของนายสมัครทำเรื่องดีๆอย่างนี้เพื่อชาติบ้านเมืองไม่ได้แล้ว เอาแค่การที่จะต้องบอกเลิกเลิกสัญญาที่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน ก็กลายเป็นเรื่องจุดไต้ตำตอ เพราะนายนพดลเป็นผู้ด่วนลงนามไปโดยพลการ ไฉนเลยจะกล้าตากหน้าไปบอกยกเลิกได้ รัฐบาลเองก็มีนายสมัครที่ประกาศก่อนมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารว่าจะขอเป็นนอมินีของอดีตนายกฯทักษิณ แล้วจะเหลือศักดิ์ศรีอะไรที่ประชาคมโลกจะให้ความนับถือ
(3) ความเป็นไปได้ที่จะแก้สัญญาอัปยศนั้นจึงเหลือทางเลือกเดียวคือ รัฐบาลนายสมัครต้องออกไปภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้ร่วมทบทวนปัญหากับทางฝ่ายกัมพูชาในการร่วมเป็นเจ้าของมรดกโลกเขาพระวิหาร
รัฐบาลนายสมัครคืออุปสรรคใหญ่หลวงของชาติ อยู่ต่อไปอีกอาทิตย์เดียว ไทยเสียดินแดนแน่นอน








