รัฐบาลวันนี้กำลังสั่งสมปัญหาชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร ด้วยความเชื่อผิดๆว่า อยู่มันไปเงี๊ยะ ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเอาแถลงการณ์ร่วมวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ขึ้นมาพูดกับเดี๋ยวเขมรมันจะย้อนว่าสนใจทำไมกับเศษกระดาษที่ตัวเองบอกว่าเป็นโมฆะ เลยกลัวหน้าแตก หรือเหมาว่าขนาดคุณเตชยังไม่หยิบแถลงการณ์ร่วมมาพูดกับนายฮอนัมฮงเมื่อกรกฎาคม (เสียมเรียบ) และสิงหาคม (ชะอำ) 2551
ตอนนั้นคุณเตชรักษาผลประโยชน์ของชาติถูกแล้ว เพราะสามาถรั้งปัญหาให้เลยวันที่จะต้องส่งมอบพื้นที่บริหารจัดการให้ยูเนสโกตามที่ระบุไว้ในรายงานการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งมีประเด็นว่าในกรณีที่มีกำหนดวันส่งมอบในแถลงการณ์ร่วม เป็น 1 กุมภาพันธ์ 2553 นั้น เป็นกำหนดการงวดสุดท้าย ก่อนหน้านั้นก็เริ่มให้มีการส่งรายงานความก้าวหน้าตั้งแค่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 ด้วยซ้ำ (ตามรายงานการประชุมกรรมการมรดกโลกที่นิวซีแลนด์กลางปี 2550
หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ฮุนเซนจะไม่พูดว่าแถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นเศษกระดาษ แต่จะถือเป็นสัญญายอมสูญเสียสิทธินอกอาณาเขตของไทย โดยมีสหประชาชาติยืนยันสนับสนุนทันที เพราะมียูเนสโกลงนามร่วมในแถลงการณ์ร่วมฉบับนั้นด้วย เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551
ถึงตอนนั้น ยูเนสโกจะบอกว่าการนิ่งเฉยของฝ่ายไทย เป็นการยอมรับตามหลักกฎหมายละติน ก็อีหลอบเดียวกับกรณีแพ้คดีเขาพระวิหาร 2505 เราอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือั
หมายเหตุ เมื่อปี 2505 คนไทยยังพูดคำว่า "เขาพระวิหาร" ติดปาก เพราะเป็นกรณีที่เราจะได้หรือเสียทั้งเขาพระวิหาร แต่เพราะเหตุที่คำสั่งศาลโลกคลุมเคลือ จึงเกิดประเด็น “พื้นที่ทับซ้อน” แต่ไทยก็ยอมสั่งทหารตำรวจพร้อมขุดเสาธงลงมาจากตัวปราสาทพร้อมกัน (ยังคงให้ธงชาติอยู่ที่ยอดเสาเป็นสัญลักษณ์) เมื่อเดือนกรกฎาคม 2505
เมื่อมีกรณีมรดกโลกปีสองปีที่ผ่านมา อย่าลืมว่ากัมพูชาตีขลุมว่า ศาลโลกยกตัวปราสาทให้กัมพูชาไปแล้ว อ้าง(ภายหลัง คือหลังจากการประชุมที่นิวซีแลนด์ 2550) ว่าการขึ้นทะเบียนก็แค่ตัวปราสาท ไม่แตะต้องพื้นที่ทับซ้อน (หรือเท่ากับแปลว่าไม่ทำให้ไทยเสียดินแดน แต่ไม่พูดยตรงไปตรงมา ดันให้นายสมัครกับนพดลพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องแทนว่าไม่เสียแม้แต่ตารางนิ้วเดียว คงจำได้ในกลางปี 2551 ที่กรรมการมรดกโลกประชุมกันที่แคนาดา) ประเด็นก็คือ วันนี้ไทยยังคงสงวนสิทธิ์ในการครอบครองทั้ง "เขาพระวิหาร" ตั้งแต่คุณถนัด คอมันต์มีหนังสือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2505 คัดค้าoคำตัดสินของศาลโลกครับ
มีคนบอกว่า เวลาอุทธรณ์หมดไปหลังจากตัดสินไปสิบปี
ยอมรับว่าเรามิได้อุทธรณ์ เพราะเราไม่ต้องการขอให้ศาลโลกตัดสินด้วยซ้ำ เราไม่ใช่คนฟ้อง เพราะไม่มีเรื่องต้องฟ้อง ซึ่งการสงวนสิทธิ์เช่นนี้ทุกประเทศมีมิใช่หรือ ในกรณีของไทยตั้งแต่มีรัฐบาลสฤษดิ์ขึ้นมาในปี 2500 ก็ไม่มีการรบพุ่งประกาศสงครามอะไรกันกับกัมพูชา ถ้าจะกระทบกระทั่งก็มีช่องทางอื่นมากมายก่อนที่จะทำสงคราม กันจริงๆจังๆ เออ ถ้ารบกันหัวร้างข้างแตกจนเปลี้ยกันทั้งคู่ค่อยมาคุยกันว่าจะกอดคอกันไปหาคนตัดสินดีไหม
ถ้าดี ศาลว่ายังไงก็เป็นอันยุติ และถือว่าเป็นธรรมที่สุดแล้วกับทุกฝ่าย .ใครเบี้ยวก็เสียคนละทีนี้
แปลว่า ก่อน 2502 (ปีที่เขมรส่งคำฟ้องไปที่ศาลโลก) ถามจริงๆ ถ้ารักกันทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่อง ทำไมทำอีแอบส่งมีดให้ศาลกระซวกกันอย่างนี้
วันนี้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ต่างกันที่เป็นยูเนสโกรับมากระซวกแทน
คุณอภิสิทธิ์จะรอให้ถึงวันนั้นหรือ ทั้งๆที่ตอนนี้ก็มีเวลา ก่อนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553



