พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำไทยคนแรกที่สนับสนุนกัมพูชาเรื่องนี้เมื่อปลายปี 2548 มีหรือกัมพูชาจะไม่รีบลูก ยูเนสโกจึงได้รับข้อเสนอจากกัมพูชาในเดือนแรกของปี 2549 และมอบให้องค์กร “อิโคมอส” ซึ่งปกติรับหน้าที่ประเมินคุณค่าทางศิลปะและจิตกรรมให้กับยูเนสโก เดินทางไปสำรวจปราสาทพระวิหารอย่างลุ่มลึกและมีการอัพเดทเป็นระยะในปี 2549 ได้ข้อสรุปว่า ตัวปราสาทมีคุณค่าทางศิลปกรรมครบครันในตัวเองอย่างวิจิตรพิสดาร แต่ในเกณฑ์ที่จะเป็นมรดกโลกต้องควบรวมปราสาทโดนตวล, บรรณาลัย, สถูปคู่, สระตราว ฯลฯ ก็เผอิญรัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจในปีนั้น พอกลางปี 2550 มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศนิวซีแลนด์ ตังแทนรัฐบาลสุรยุทธ์ยังคงยึด “วาระแห่งชาติ” ดั้งเดิมอยู่ ข้อเสนอของกัมพูชาจึงตกไป
สมเด็จฮุนเซนมองการเมืองไทยในยุครัฐบาลสุรยุทธ์ออกว่า รัฐบาลที่จะเข้ามาหลังการเลือกตั้งปลายปี 2550 จะให้การสนับสนุนกัมพูชาร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยนายสมัครก็เผยตัวขอเป็นนอมินีให้อดีตนายกฯทักษิณตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 หากกัมพูชาจะยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกซ้ำ และถ้ายูเนสโกไม่ขัดข้อง ดูเหมือนกัมพูชาได้รับสัญญาณที่ดีจากยูเนสโกมากกว่าที่คาด ถึงขนาดผลีผลามทำสัญญากับบริษัทก่อสร้างของจีนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551เพื่อหาทางขึ้นไปยังปราสาทพระวิหารจาก จ. กัมปงธม และ จ. พระวิหาร ในเขตกัมพูชาเหมือนแน่ใจว่าแผนการปิดทางขึ้นด้านตะวันตกของตัวปราสาทจะทำได้สำเร็จ หมายถึงกัมพูชาจะได้เป็นเจ้าของมรดกโลกปราสาทพระวิหาร และมีหลักฐานยินยอมสนับสนุนเงื่อนไขต่างๆตามมาจากไทยผ่านแถลงการณ์ร่วม
วันนี้มีแถลงการณ์ร่วมที่ระบุว่าบริเวณทางทิศตะวันตกของตัวปราสาทเป็นดินแดนกันชนแล้ว!


