Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

มุมเงียบ

พูดคุย ทักทาย ทำความรู้จัก

มุมเงียบ

Postby tiger mask on Wed May 14, 2008 12:08 am

มุมนี้มุมสบายๆสไตล์อารยา แต่ทำไมมุมนี้มันเงียบเหงา
หรือว่าช่วงนี้มีแต่ความเครียดกันมาก

สงสัยต้องหายาแรงมาฉีดกระตุ้นมุมนี้ให้คึกคัก

กันซ่ะหน่อย
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby อารยา on Wed May 14, 2008 12:26 am

กลัวผีหลอกแทบแย่ เดินตามคุณเสือเข้ามาเนี่ยะ

คุณเพลงก็ไม่มีเพลงมากล่อมเลย หมู่นี้ สงสัยกลัวเจ้าของลิขสิทธิหาตัวเจอแหง

เออ เวลาสบายทำไมต้องเข้ามุมด้วยนะ ลองถามน้องเอ๋ดูสิ "มุมสบาย"
เจ้าตัวยังไม่เห็นโผล่เข้ามาซะที
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby tiger mask on Thu May 15, 2008 10:06 pm

ขอมาหลบมุมนี้หน่อย เพราะไปอ่านspeechของ E....
เลือดในกายมันเดือดทะลุปรอทแตก
อยากที่จะเอาชีวิตแลกชีวิตกับ E........

:ฮึ่ม: :ฮึ่ม: :ฮึ่ม: :ฮึ่ม: :ฮึ่ม:
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby EverybodyHurt on Fri May 16, 2008 7:04 pm

งานเยอะครับ

อินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้ใช้บ่อยๆ

แต่ถ้าว่างก็เข้ามาเงียบๆทุกที
Image
User avatar
EverybodyHurt
 
Posts: 107
Joined: Sun Mar 18, 2007 2:08 am
Location: ใต้หล้า

Postby เพลง on Fri May 16, 2008 8:05 pm

EverybodyHurt wrote:งานเยอะครับ

อินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้ใช้บ่อยๆ

แต่ถ้าว่างก็เข้ามาเงียบๆทุกที




^
^
^

โอ้........... ขอลอกคำตอบนี้ค่ะ :อ้อน:
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Postby เพลง on Fri May 16, 2008 8:18 pm

อารยา wrote:.................................

คุณเพลงก็ไม่มีเพลงมากล่อมเลย หมู่นี้ สงสัยกลัวเจ้าของลิขสิทธิหาตัวเจอแหง

..........................





มีหลายเพลงที่อยากจะเปิดให้ฟังนะคะ

บางเพลงก็ ไพเราะ แต่ชวนหดหู่ พอๆกับสภาพบ้านเมืองตอนนี้ หากเอามาเปิด ก็เกรงว่าจะยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกขึ้นไปอีก

ครั้นจะเปิดเพลงที่ ไพเราะ รื่นรมย์ ก็อาจจะดูเหมือน คนเปิดนี่ไม่ได้รู้สารู้สมกับความทุกข์ของบ้านเมืองเอาเสียเลย



เรื่อง ลิขสิทธิ นี่ก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันค่ะ
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Postby อารยา on Sat May 17, 2008 9:12 am

วันนี้ดีใจคุณเพลงเข้ามาเซย์ฮัลโหล ไม่ยักพกเพลงมาด้วยเหตุดังฤาครับ
ไม่เป็นไรครับ ขอให้ทราบว่ารอฟังอยู่ละกัน

มีจุกจิกจะถามคุณเพลงหลายครั้ง แต่ลืม หรือไม่ก็มัวแต่หลงไปกับจังหวะเพลงที่กลืนไปกับฟอรั่มนี้นั่นเอง
คือ ทำไมเราจึงประทับใจบางเพลงที่เพื่อนคู่หูเราแท้ๆกลับบอกว่าไม่ได้เรื่อง
และในทางกลับกัน เพื่อนคู่ลูกกระเดือกบอกว่าชอบเพลงนี้ แต่เราฟังแล้วต้องขัดคอว่าไม่ได้เรื่อง

คือแน่นอนครับ นานาจิตตัง แต่ผมอยากทราบว่าในความเป็นเพลงที่มันมีองค์ประกอบอะไรผมก็ไม่รู้ละ
มันมีอะไรที่ทำให้บางเพลงใครๆก็ช๊อบชอบ ม๊ากมาก แล้วก็นานเป็น 50-60 ปี ประมาณนั้นครับ
เอาประเภทป๊อปละกัน ถ้าเอาพวกคล้าสสิคมาพิเคราะห์ อาจมีตัวแปรที่ทำให้เข้าใจยากสำหรับผมก็ได้ครับ
อยากรู้จริงๆครับ
คุณเพลงตอบมาอย่างไร ผมจะเชื่อโดยไม่กังขาใดๆ ยังไม่เคยถามใคร กลัวเขาหัวเราะเยาะครับ
แต่เป็นคำถามจากคนมีดนตรีในหัวใจเหมือนกันนะครับ

:จูบ: :จูบ:
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby เพลง on Tue May 20, 2008 7:01 pm



เอ่อ.....ท่านอาจารย์อารยาถาม มิอาจไม่ตอบ :เหอเหอ:


ต้องขอเรียนตรงๆเลยค่ะ ว่าตอบคำถามของอาจารย์ไม่ได้


ตัวเองก็เคยถามคำถามนี้กับตัวเองหลายครั้งเหมือนกันนะคะ ครั้งล่าสุด ก็เมื่อมีคนกล่าวขวัญถึงผู้ชนะเลิศการแข่งขันร้องเพลงรายการหนึ่ง ว่ามีเสียงและ ความสามารถเป็นเลิศ

พยายามฟังเพลงที่ผู้ชนะรายนั้นร้องหลายต่อหลายรอบ ก็เห็นด้วยว่าผู้ร้องมีเสียงไพเราะ และมีวิธีการร้องที่บ่งบอกว่าได้รับการฝึกฝนมาดี แต่...ทำไมหนอ จึงไม่รู้สึกสักนิด ว่าว่าเพลงที่กำลังฟังนั้น ไพเราะ ชวนฟัง :เกาหัว:


แต่ ก็หลายครั้งอีกเหมือนกัน ที่เมื่อฟังเพลงซึ่งร้องโดยเสียงที่ มีคุณภาพเสียง "แย่"เหลือเกิน คือ แหบ สั่นพร่า ทว่า...จะด้วยอะไรก็ไม่รู้ กลับเหมือนถูกสะกดให้มีอารมณ์คล้อยตามไปกับเพลงนั้น รู้สึกว่าเพลงช่างไพเราะเหลือเกิน




:เกาหัว: :เกาหัว: แอบบ่นกับตัวเอง...... เว็บเนี่ยะ แปลกเหลือใจ อ่านแต่ละกระทู้ ก็ต้องค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจ จะออกความเห็น หรือตอบคำถามที ก็แสน....จะยาก

ดูกับคำถามนี้ของอาจาย์อารยาซี ฟังเพลงอยู่ทุกวัน ยังตอบอาจารย์ไม่ได้ :เฮ้อ:
Last edited by เพลง on Tue May 20, 2008 7:51 pm, edited 1 time in total.
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Postby เพลง on Tue May 20, 2008 7:06 pm

........

เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับดนตรี ของอาจารย์ สดับพิณ รัตนเรือง มีตอนหนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึก แปล๊บ....ตรงใจมาก อาจารย์จำแนกพฤติกรรมในการฟังดนตรีอย่างกว้างเป็น 4 ลักษณะ ขอย่นย่อมาไว้ณ ที่นี่ ดังนี้ค่ะ

1.ฟังดนตรีเพื่อความบันเทิงอารมณ์ --- ในแง่ที่ดนตรีเป็นสิ่งช่วยผ่อนคลายความเครียด และเป็นสื่อในการสร้างสภาพแวดล้อม และบรรยากาศที่ต้องการ

การฟังดนตรีลักษณะนี้ ความคิด และจิตใจของผู้ฟังไม่ได้จรดจ่อกับดนตรีโดยตรง หากแต่ผู้ฟังรู้สึกเพลิดเพลิน หรือมีอารมณ์ร่วมกับบรรยากาศที่ดนตรีมีส่วนสร้างขึ้น เป็นการฟังระดับที่เราคุ้นเคย และพบได้ทั่วไป


2.ฟังดนตรีเพื่อความพอใจในแง่ที่ดนตรีเป็นเครื่องสื่ออารมณ์ --- ผู้ฟังจะมีความรู้สึก และจิตใจจรดจ่อกับดนตรีมากว่าการฟังในลักษณะแรก อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด จะเลื่อนไหลไปกับเสียงดนตรี และหากผู้ฟังได้ฟังเสียงดนตรีที่สอดคล้องกับสภาพอารมณ์ของตนเองขณะนั้น เช่น เป็นสุข เบิกบานใจ หรือ เศร้า หดหู่ ผู้ฟังก็จะเปิดใจ ซึมซาบ รับเสียงดนตรีได้มาก


การฟังดนตรีลักษณะนี้ ก็เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นปกติ คล้ายกับการฟังลักษณะแรก ทั้งนี้เพราะมนุษย์มักมีความพึงพอใจที่จะได้รื้อฟื้น หรือระลึกถึงความรู้สึกเข้มข้นของอารมณ์ชนิดต่างๆ ทั้งที่กำลังปั่นป่วนอยู่ และทั้งที่ตกตะกอนนอนก้นแล้วในจิตใจ จากการหาอารมณ์ร่วมจากสิ่งอื่น เช่น ดนตรี ภาพศิลปะ งานประพันธ์ หรือ มหรสพต่างๆ เป็นลักษณะการฟังที่ทำให้เรามองเห็น และรู้สึกในความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ แต่เพราะเป็นการฟังที่สัมพันธ์กับอารมณ์ มุ่งเน้นกับความรู้สึกของตัววเอง จึงเป้นการฟังที่ไม่สมบูรณ์ ถูกจำกัดด้วยการเลือกรับของผู้ฟัง ทำให้การรับรู้ในส่วนอื่นๆของดนตรี ลดน้อย หรือ ถูกละเลยไป


ไหนๆ ก็ ไหนๆแล้ว ขอเชิญอ่านต่อนะคะ :หน้าใส:
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Postby เพลง on Tue May 20, 2008 7:14 pm

....

ต่อนะคะ


3.ฟังดนตรีด้วยความพอใจใน "เสียง" แต่อาจไม่ได้ฟัง "ดนตรี " --- คำอธิบายนี้ ดูเหมือนจะเข้าใจยาก แต่ เป็นการฟังที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในชีวิตของเราเลยค่ะ อันนี้ก็คล้ายๆ เวลาที่เรา ติดใจ "น้ำเสียง "ของผู้ร้องบางคน หรือ เสียงของเครื่องดนตรีบางชิ้น หรือวิธีการบรรเลงดนตรี ของนักดนตรีบางคน เป็นพิเศษ เวลาฟังเพลง ใจก็จรดจ่อ ติดตามอยู่กับ"เสียง" ที่เราหลงไหล จนเรามักจะละเลยความเป็นไปอื่นๆของตัวบทเพลง

การฟังดนตรีลักษณะนี้ คล้ายกับการฟังลักษณะที่ 2 คือเป็นการฟังอย่างมีใจจรดใจจ่อ และมีอารมณ์ร่วมกับบางส่วนของเสียงเพลง แต่ก็เป็นการฟังแบบ "เลือกรับฟัง" ( อาจจะเป็นไปโดยที่เจ้าตัวรู้ตัว หรือ ไม่รู้ตัว ) ทำให้เป็นการฟังที่ไม่สมบูรณ์


4.การฟังดนตรีเพื่อความปิติใจ เมื่อทั้งปัญญา และใจได้สัมผัสกับความงามที่ลงตัวในเชิงศิลปะของภาษาดนตรี --- โอ้......ดูที่ อาจารย์ อาจารย์สดับพิณบรรยายไว้ซีคะ


"เป็นการฟังเพื่อดื่มด่ำกับความงามโดยตรงของความลงตัวในการเปลี่ยนแปลงของแนวทำนอง จังหวะ เสียงประสาน สีสันของเสียง ตลอดจนรายละเอียดอื่น....."


และ
"นอกจากนี้ การสัมผัสความปีติจากการบรรลุถึงความงาม เป็นเรื่องเฉพาะตัว "


และ
"การฟังในลักษณะนี้ ต้องอาศัยความมีสมาธิ มีสภาพจิตใจและสภาวอารมณ์ที่ค่อนข้างสงบสงบนิ่ง เป็นสุข ปราศจากความดิ้นรนกระวนกระวาย เป็นพื้นฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ " "สติ " และ "ปัญญา " รับสิ่งต่างที่เสียงดนตรีเสนออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราเป็นเพียงผู้ฟังผู้เห็น ...."



คำอธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมในการฟังดนตรี ในลักษณะต่างๆ ตามที่อาจารย์ สดับพิณ รัตนเรือง บรรยาย จะมีส่วนตอบคำถามที่อาจารย์อารยาถามบ้างไหมหนอ..... :หน้าใส:



ท่านอาจารย์อารยา และสมาชิกท่านอื่นๆ คิดอย่างไรคะ
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Postby aryaforum on Tue May 20, 2008 7:49 pm

ขอบคุณคุณเพลงมากครับ ที่กรุณา อาจารย์สดับพิณท่านเคยพูดถึงเพลงในฐานะที่เป็นสื่ออารมณ์บ้างไหมครับ
(อาจมีสื่ออารมณ์ประภทอื่นอีกก็ได้ เช่น โคลง ฉันกาพย์ กลอน ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง)
คือลักษณะพิเศษของเพลงที่ทำให้บางเพลงฟังแล้วสุดยอด
คืออะไรน่ะครับ

อาจารย์สดับพิณท่านดูออกจะเน้นด้านเครื่องรับมากกว่าเครื่องส่ง
ว่าด้วยพฤติกรรมในการสดับเพลงในโหม้ดต่างๆกระมังครับ แต่ก็เป็นความรู้ใหม่ ช่วยให้ผมกำลังสำรวจตัวเองว่าเป็นคนฟังเพลงอีแบบไหน

มีประเด็นหนึ่งที่อาจารย์สายพิณพูดถึง "เสียง" ที่ว่าบางคนหลงไหลกับเสียง และรวมถึงทำนองด้วย
ก็เป็นคำตอบส่วนหนึ่งครับ แบบว่าทำนองต้องมาก่อน เมื่อพูดถึงเพลง ประมาณนั้น ในขณะที่อาจารย์สดับพิณเน้นที่ "เสียง"
ถ้างั้นเสียงคนร้อง หรือเสียงดนตรีที่ทำให้เพลงเดียวกันแท้ๆเป็นอมตะครับ :เกาหัว:
ดูเหมือนผมจะนอกเรื่องเสียแล้ว
User avatar
aryaforum
Site Admin
 
Posts: 75
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:54 am
Location: Thailand

Postby tiger mask on Tue May 20, 2008 11:10 pm

อารยา wrote:แต่ผมอยากทราบว่าในความเป็นเพลงที่มันมีองค์ประกอบอะไรผมก็ไม่รู้ละ
มันมีอะไรที่ทำให้บางเพลงใครๆก็ช๊อบชอบ ม๊ากมาก แล้วก็นานเป็น 50-60 ปี ประมาณนั้นครับ
เอาประเภทป๊อปละกัน ถ้าเอาพวกคล้าสสิคมาพิเคราะห์ อาจมีตัวแปรที่ทำให้เข้าใจยากสำหรับผมก็ได้ครับ
อยากรู้จริงๆครับ
คุณเพลงตอบมาอย่างไร ผมจะเชื่อโดยไม่กังขาใดๆ ยังไม่เคยถามใคร กลัวเขาหัวเราะเยาะครับ
แต่เป็นคำถามจากคนมีดนตรีในหัวใจเหมือนกันนะครับ

:จูบ: :จูบ:


ขอแจมด้วยครับ ในฐานนะนักดนตรีรุ่นเก่าที่ไม่รู้โน๊ตดนตรี แต่เล่นดนตรีแบบแกะจากแผ่น
ซึ่งคนในยุคผมส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น ทั้งคอร์ด ลีดกีตาร์ เนื้อร้อง เบส กลอง คีย์บอร์ด
นักดนตรีรุ่นผม จะใช้วิธีแกะจากแผ่นเสียงทั้งนั้น อย่างลีดกีตาร์ กว่าจะแกะได้แต่ละเม็ด
แสนยากลำบาก บางทีก็ต้องใช้ลดspeedของเพลงลงเพื่อแกะให้ได้ อย่างเพลง SAMBA PA TI
ของsantanaกว่าผมจะแกะได้ ใช้เวลาเป็นเดือน ต้องแกะให้ได้เหมือนทุกเม็ด

เพลงในยุคตั้งแต่ 60-70's ทุกวันนี้ก็ยังฟังได้ไม่รู้จักเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวไหนก็ตาม
เช่น pop , rock , heavy metal , progessive , jazz , punk ฯลฯ
ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน ทุกวันนี้เพลงในยุคนั้นกลายเป็นอมตะไปแล้ว ฟังไปถึงลูกหลาน เหลน
ได้ไม่รู้กี่รุ่น บางเพลงก็เป็นต้นแบบของอีกหลายๆเพลงในการCopy

เพลงในยุคนั้นกว่าจะออกมาได้แต่ละเพลง แต่ละชุด ใช้เวลานานมาก บางชุดต้องรอกันเป็นปี
หรือไม่ก็มากว่าปีขึ้นไปถึงจะขุดออกมาได้แต่ละชุด

คนดนตรีในยุคนั้นไม่มีเครื่องมือ softwareให้สะดวกสบายเหมือนสมัยนี้ ที่เพลงแต่ละเพลง
จะออกมาจากหุ่นยนตร์ในคอมพิวเตอร์เกือบทั้งนั้น

นักดนตรียุคนั้นกว่าจะเขียนเพลงออกมาได้แต่ละเพลงจนครบทั้งชุด
เขาใส่จิตวิญญาณ-ความรู้สึก-จินตนาการ-และชีวิต
ลงไปในเพลงที่เขาเขียนเขาแต่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาก็จะใส่ถ้อยคำ ร้อยเรียงกันอย่างสวยงาม
ผสมผสานกับทำนองที่เป็นแนวเอกลักษณ์ ของแต่ละคน
กว่าทุกอย่างจะลงตัวกันได้จนเป็นเพลงหนึ่งเพลงและจนครบชุด
มันต้องใช้พลังและหัวใจของแต่ละท่านกลั่นกรองตกผลึกออกมาได้

อย่างเพลง Bohemian Rhapsody ของ Queen พวกเขาเหล่า
ราชาในนามของราชินี คิดออกมาได้ยังไง เพลงแบบนี้ มันสุดยอดมาก
กี่สิบปีที่ผ่านมาแล้วเพลงนี้ก็ยังฟังได้ไม่รู้จักเบื่อ

หรือเพลงpopอย่าง I started a joke ของ Bee Gees
กี่สิบปีแล้วเพลงนี้ก็ฟังได้ตลอด

อีกหนึ่งเพลงที่อยากยกย่อง Led Zeppelin - Stairway to heaven
นี่ก็เป็นอีกเพลงที่สุดยอด ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดออกมาได้ยังไงกัน
อย่างวงนี้ก็จะออกมาแต่ละชุดใช้เวลาเป็นปีๆในการสร้างผลงานแฟนเพลง
ต้องรอกันจนลืมกว่าจะได้ฟังกัน เพราะคนพวกนี้เขาทำงานคุณภาพ
เอากล่อง ศิลปินยุคนั้นกว่าจะเข็นออกมาได้แต่ละชุดใช้เวลายายนานมาก

ไม่เหมือนสมัยนี้ จะออกเมื่อไรก็ได้แค่ป้อนเข้าจอสี่เหลี่ยมใส่software
ไม่นานก็ได้ดนตรีสังเคราะห์ออกมาเรียบร้อยบรรจุแผ่นออกขายได้ทันที
ไม่ต้องคิดอะไรมาก 1 ชุด มีเพลงฮิต1เพลง เอาทำริงโทนได้
ก็มีเงินกินเงินใช้แล้ว และก็วนเวียนอยู่เดิม ไม่ได้หลุดไปจากของเน่าเดิม

ไม่รู้ว่าพอจะตอบอาจารย์ได้บ้างไหม เดี๋ยวนี้ไม่ได้เขียนบทวิจารณ์ดนตรี
มานานแล้วมันลืมหมดขึ้นสนิมหมดแล้ว
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby aryaforum on Wed May 21, 2008 5:51 am

มุมนี้ไม่เงียบอย่างที่คุณเสือเป็นห่วงแล้วครับ เพราะ :หน้าใส:
tiger mask wrote:ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาก็จะใส่ถ้อยคำ ร้อยเรียงกันอย่างสวยงาม
ผสมผสานกับทำนองที่เป็นแนวเอกลักษณ์ ของแต่ละคน...
ต้องใช้พลังและหัวใจของแต่ละท่านกลั่นกรองตกผลึกออกมาได้

อย่างเพลง Bohemian Rhapsody ของ Queen...
หรือเพลงpopอย่าง I started a joke ของ Bee Gees
กี่สิบปีแล้วเพลงนี้ก็ฟังได้ตลอด...

อีกหนึ่งเพลงที่อยากยกย่อง Led Zeppelin - Stairway to heaven
ไม่รู้ว่าพวกเขาคิดออกมาได้ยังไงกัน


อย่างเพลง I started a joke พอเริ่มบรรเลงแล้วเนื้อร้องกังวานออกมาพลันนั้น ใครลุกเข้าห้องน้ำก่อนจบเพลงก็บ้าแล้ว
พอฟังเสร็จอาจนึกถึง Something stupid ต่อ เพราะอยากรู้ว่าไอ้โจ๊กชามนั้นมันจะสติวปิดด้วยหรือเปล่า
แต่ที่แน่นๆ ตัวโน้ตทั้งหลายที่ถูกจับมาไล่เรียงกันอย่างแยบยลนั้น ไม่สติวปิดเลย สุดจีเนียสเจง เจง พับผ่าเถอะ


User avatar
aryaforum
Site Admin
 
Posts: 75
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:54 am
Location: Thailand

Postby ลุงต้อย on Thu May 22, 2008 5:52 am

อารยา wrote:
มีจุกจิกจะถามคุณเพลงหลายครั้ง แต่ลืม หรือไม่ก็มัวแต่หลงไปกับจังหวะเพลงที่กลืนไปกับฟอรั่มนี้นั่นเอง
คือ ทำไมเราจึงประทับใจบางเพลงที่เพื่อนคู่หูเราแท้ๆกลับบอกว่าไม่ได้เรื่อง
และในทางกลับกัน เพื่อนคู่ลูกกระเดือกบอกว่าชอบเพลงนี้ แต่เราฟังแล้วต้องขัดคอว่าไม่ได้เรื่อง



ลุงต้อยออกความเห็นในแบบฉบับของลุงต้อยครับ ไม่มีเอกสารอ้างอิง ...555+++ (มั่ว ๆ เอาตามความคิดของตน)

ต้องเอาเพลงเจ้าปัญหาทั้งสองเพลงนั่น ... มาวางตรงกลาง แล้วสอบสวนที่ละคน
- เพลงที่ชอบ
1. เพลงที่คุณชอบ ... ทำไมถึงชอบ
2. คุณชอบตรงจุดไหน หรือท่อนไหนของเพลงมาก ที่สุด
3. ขอคำอธิบายอย่างย่อ ๆ ตรงที่ชอบที่สุด ว่า มาโดนใจได้ยังไง (รับรองว่า พออธิบายอย่างย่อในจุดที่เขาชอบ ... สามหน้ากระดาษก็ไม่หมด 555+++)


- เพลงที่ไม่ชอบ
1. เพลงที่คุณไม่ชอบ ... ทำไมมันถึงห่วยแตก
2. คุณเกลียดมันตรงจุดไหน หรือท่อนไหนของเพลงมาก ที่สุด
3. ขอคำอธิบายอย่างย่อ ๆ ตรงที่คุณเห็นว่าแย่ที่สุด (เรื่องความแย่ อาจจะอธิบายได้แค่เพียงคำเดียวว่า "แค่เริ่มฟังก็แย่แล้ว" ก็จบ .... หรืออาจจะเป็นหน้ากระดาษทีเดียว)

อาจารย์อารยา ก็จะได้คำตอบว่า
1. เพลงที่คุณชอบ หรือไม่ชอบ มีเหตุผลคนละเหตุผล ทั้ง ๆ ที่เป็นเพลงเดียวกัน
2. เพลงที่คุณชอบ หรือไม่ชอบ ไม่ได้อยู่ตรงจุดเดียวกันของเพลง ... อันนี้สำคัญ เพราะ .. ถ้าใครชอบจุดไหน "ลูกสาวสวย ว่าที่แม่ยายก็พลอยดูสวยไปด้วย ทั้ง ๆ ที่แก่งั๊กแล้ว" สรุปแล้ว มันเพราะไปหมดทั้งเพลง สำหรับเพลงที่ไม่ชื่นชอบก็กลับกัน "คนที่มันเลว เรามักจะด่าโคตรมันด้วย" 555+++ ..... จะเห็นว่า ทั้งชอบและไม่ชอบเพลงนี้ โฟกัสของเพลงไม่ตรงกันครับผม
User avatar
ลุงต้อย
 
Posts: 127
Joined: Tue Apr 17, 2007 1:07 pm
Location: จากชุมพรมาหลายปี ยึดชลบุรีเป็นหลัก

Postby เพลง on Fri May 23, 2008 11:49 am

aryaforum wrote:ขอบคุณคุณเพลงมากครับ ที่กรุณา อาจารย์สดับพิณท่านเคยพูดถึงเพลงในฐานะที่เป็นสื่ออารมณ์บ้างไหมครับ
(อาจมีสื่ออารมณ์ประภทอื่นอีกก็ได้ เช่น โคลง ฉันกาพย์ กลอน ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง)
คือลักษณะพิเศษของเพลงที่ทำให้บางเพลงฟังแล้วสุดยอด
คืออะไรน่ะครับ

................
................



สวัสดี ท่านอาจารย์อารยา ตลอดจนท่านอื่นๆที่แวะเข้ามายัง มุมเงียบ มุมสงบแห่งนี้ค่ะ

ขอตอบคำถามก่อนนะคะ หนังสือของ อาจารย์สดับพิณ ที่ได้อ่านมา เป็นหนังสือเกี่ยวกับดนตรีที่เขียนให้คนนอกอ่านค่ะ (ตัวเองจึงอ่านพอจะรู้เรื่องบ้าง ฮา...ฮา...ฮา... ) คิดว่าท่านคงจะเขียนบทความทางวิชาการไว้ แต่ไม่เคยตามไปหาอ่านเลยค่ะ


แต่ขอนำเรื่องสั้นๆมาเล่าอีก 2 เรื่องนะคะ เป็นเรื่องเชิงวิชาการหน่อยๆ เกี่ยวกับ การฟังการได้ยิน และ ความชอบความรัก อาจมีผู้ที่รักในความรู้ในที่นี้ นำไปต่อยอดได้ หากสนใจนะคะ


เรื่องแรกที่หลายท่านอาจจะทราบดีอยู่แล้ว คือ เรื่องของหูชั้นในค่ะ จะมีอวัยวะที่ใช้ในการรับคลื่นเสียงที่เรียกว่า hair cells จำนวนมาก ซึ่งแต่ละ hair cell ก็จะรับคลื่นความถี่ของเสียงได้เฉพาะตัว และ hair cell ก็จะเสื่อมประสิทธิภาพลงได้ อาทิ ในผู้สูงอายุ hair cell ซึ่งรับคลื่นความถี่สูงๆ จะค่อยๆเสื่อมประสิทธิภาพลงจนกระทั่งไม่สามารถรับฟังเสียงได้เลย แต่ก่อนหน้านั้น การรับฟังเสียงของ hair cell ดังกล่าว อาจจะมีความไวต่อคลื่นเสียงมาก จึงมักพบว่า ผู้สูงอายุจะทนฟังเสียงแหลมสูงไม่ค่อยได้ และบ่นว่า ปวดหู



เรื่องที่ 2 ได้อ่านจากบทความเชิงวิชาการ ในนิตยสาร The Economists เมื่อหลายปีมาแล้วค่ะ จำได้คร่าวๆว่า เป็นการศึกษาของ คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับกลไกของร่างกายมนุษย์ เกี่ยวกับความรักใคร่ชอบพอ พบว่า กระบวนการทางเคมี ในสมองของชายหญิง เป็นตัวการสำคัญ (มาก....?) ที่ทำให้คนเราเกิดความรู้สึกรักใคร่กับใครบางคนเป็นพิเศษ

ผู้เขียนบทความ ได้เขียนรายงานวิธีการศึกษา และ ผลสรุปไว้อย่างมีรายละเอียดพอสมควรนะคะ แต่ตนเองนั้น ก็ได้แค่อ่านอย่างขำๆ ปนแปลกใจ และก็ไม่ได้ขวนขวาย ติดตามไปศึกษาต่อ



จากทั้ง 2 เรื่องนี้ อาจารย์ อารยา คงมีคำถามต่ออีกเยอะแน่ๆเลย :สนุก: :สนุก:
เพลง
 
Posts: 95
Joined: Wed Mar 21, 2007 12:38 pm

Next

Return to มุมสบาย

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron