Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

นึกถึง "บ้านวิเศษนิยม" ที่คลองบางหลวง

นึกถึง "บ้านวิเศษนิยม" ที่คลองบางหลวง

Postby อารยา on Tue Oct 20, 2009 12:13 pm

Image
คงต้องหาคนอายุ 60 ขึ้นที่จะพอบอกได้ว่าเคยเห็นหรือคลับคล้ายคลับคลาภาพนี้จากใบโฆษณาผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่าง
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby JIRA on Wed Oct 21, 2009 9:41 am

ด้วยความเคารพครับ ใช่ยาสีฟันไหมครับ
JIRA
 
Posts: 3
Joined: Tue Aug 25, 2009 5:17 pm

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Wed Oct 21, 2009 2:30 pm

ขอบคุณครับ คุณ JIRA
ImageImage
หลังจากโพสต์ภาพนั้นแล้ว ผมต้องสารภาพว่าไม่ทราบจะเริ่มต้นอย่างไรดีกับตำนานยาสีฟันยี่ห้อนี้ที่ออกจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 นับถึงปีนี้ก็ 88 ปี
ดูหน้าตาของพรีเซนเตอร์แล้วต้องบอกว่า "แจ่ม" สมกับที่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ว่ายาสีฟันหรือแป้ง น้ำอบ "วิเศษนิยม" ทำกันที่บ้านของคุณหลวง "แจ่มวิชาสอน" ซึ่งอยู่ในคลองบางหลวง (เดิมทีเดียวเรียกคลองบางกอก) ถิ่นฐานแรกที่ข้าราชการในสมัยกรุงธนฯตั้งครอบครัวกัน แม้ย้ายเมืองหลวง มาฝั่งตะวันออก เหล่าคุณหลวงคุณพระถึงพระยาส่วนใหญ่ก็ยังปักหลักอยู่ที่นี่ "แม่พลอย" ลูกพระน้ำพระยาใน สี่แผ่นดิน ของคุณคึกฤทธิ์ก็เกิดที่คลองบางหลวงนี้ เออ แม่พลอยก็น่าจะรุ่นรุ่นราวคราวเดียวกับนางผินภรรยาคุณหลวงแจ่มฯ เพราะดูตาอ้น ตาอั้น ตาอ๊อด และประไพก็น่าจะเกิดในทศวรรษที่ 2450s อย่างคุณหลวงแจ่มหลังจากแต่งงานกับ "น.ส. ผิน นิงสานนท์" (ธิดาหลวงพิพิธโภคากร) เมื่อ101 ปีก่อน (2451) ก็มีลูกสาว(ไม่มีลูกชาย) คือคุณทิพย์ กับ คุณกฐิน ทั้งสองท่านนี้ ผมลองบวกลบคูณหารปีเกิดแล้วก็น่าจะอยู่ในช่วงทศวรรษ 2450s (2450 - 2459)

เดิมหลวงแจ่มวิชาสอนเป็นครูสอนหนังสือที่วัดนวลนรดิศ อาชีพที่ต้องใช้ใช้เสียงเมื่อมีอาการเหงือกอักเสบ (แพทย์แผนปัจจุบันเรียกโรค "ปริทนต์") ย่อมทรมานและน่ารำคาญเป็นทวีคูณ หลังจากคุณหลวงแต่งงานกับ "น.ส. ผิน นิงสานนท์ ธิดาหลวงพิพิธโภคากร ในปี 2451 ก็ได้แพทย์หลวง จมื่นสิทธิ์แสนยารักษ์ มาดูแลรักษา เพราะนางผินเคยทราบจากบิดาว่าเป็นหมอที่มียาดี แก้โรคเหงือกทั้งหลายแหล่ได้ชงัด

จมื่นสิทธิ์ฯใช้สมุนไพรผสมดินสอพองประคบจนโรคของคุณหลวงทุเลาลงเป็นลำดับ นางผินช่วยพยาบาลอีกแรงแข็งขัน จึงพอทราบส่วนผสมที่ใช้รักษาอาการบ้าง และจมื่นสิทธิ์ฯก็ยินดีบอกให้ เผื่อว่าถ้ามีอาการกำเริบนางผินก็จะได้ใช้พยาบาลเองหากท่านไม่ว่าง แต่ครั้นคุณหมอเห็นนางผินปฏิบัติต่อคุณหลวงแจ่มฯด้วยความเอาใจใส่ห่วงใยคู่ชีวิตอย่างจริงใจและจงรักภักดี และคงอยากให้ตำหรับยาสมุนไพรแก้โรคนี้ได้รับการสืบทอดเพื่อลูกหลานสืบไปภายหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตัดสินใจบอกตำราส่วนผสมสมุนไพรสูตรต่างให้อย่างเต็มใจ

คุณหลวงแจ่มฯ" นอกจากหายเหงือกบวม กินข้าวกินปลาสะดวก และสอนหนังสือได้เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว นางผินอยู่บ้านก็หัดผสมสูตรทดลองปรุงยาจากตำหรับจมื่นสิทธิ์แสนยารักษ์ตามที่เรียนรู้มา นางผินคงใช้ทดลองทาหน้าทาแก้มตัวเองด้วย เพราะบางขนานมีส่วนผสมของดินสอพอง เมื่อเข้าสมุนไพรบางชนิดก็คงทำให้หน้าเด้งได้ หลังจากขยายการทดลองกับบ่าวในบ้านกันถ้วนหน้าแล้ว นางผินจึงทำแจกเพื่อนบ้านแถววัดสังข์กระจาย กลายเป็นที่ร่ำลือกันทั้งคลองบางหลวงว่านางผินมียาที่นอกจากใช้สีฟันแก้เหงือกอักเสบได้แล้ว แถมแก้สิวฝ้าทำให้หน้าใสได้อีกด้วย ใช้ได้กับชายหญิง เด็ก หนุ่มสาวจนถึงผู้เฒ่า ทุกเพศวัย มีชาวบ้านมาขอปันจนทำแจกไม่ทัน ที่พอมีกะตังค์ก็ขอซื้อเป็นเรื่องเป็นราว

บ้านไม้สักสองชั้นริมคลองบางหลวง (หลวงพิพิธโภคากรยกให้ตอนออกเรือน) ของคุณนายผินจึงกลายเป็นโรงงานย่อมๆนับแต่ปี 2464 ที่เริ่มผลิตสินค้ายี่ห้อ "วิเศษนิยม" มีโลโก้ "จ+ผ" (แจ่ม ผิน) อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ต่อมาคุณหลวงแจ่มฯสร้างเรือนไม้สักสองชั้นอีกหหลังใกล้ๆกันเมื่อต้องเพิ่มการผลิตยาสีฟันวิเศษนิยมที่นับวันเป็นที่นิยมมากขึ้น
Image
ตรงกลางซองมีสัญลักษณ์ "จ+ผ" น่าจะเป็น "แจ่ม" กับ "ผิน" ถ้านับตั้งแต่ปีที่จมื่นสิทธิ์แสนยารักษ์มอบสูตรยาแก้เหงือกอักเสบให้นางผินเมื่อปี 2452 ถึงวันนี้ก็ 100 ปีพอดี
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Wed Oct 21, 2009 2:51 pm

“คุณทิพย์” เป็นลูกสาวอีกคนของนางผิน สมรสกับ "พ.ต.ต. เทียม เจียมวิจิตร" เหตุที่คุณ เทศภักดิ์ นิยมเหตุ (นักแปลหนังสือมือฉกาจยุค 2510's) ใช้นามสกุลของคุณตาหลวงแจ่มฯกับคุณยายผินเนื่องจากท่านไม่มีลูกชายจึงขอคุณทิพย์ไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่เด็ก

เมื่อปี 2549 ผมยังได้ข่าวคราวคุณกฐินผ่านสือ ตอนนั้นท่านอายุ 91 ปี ดูแข็งแรงเกินวัย ยังเป็นเจ้าของโรงงานวิเศษนิยม ที่ สุขุมวิท 79 อ่อนนุช

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า นางผินมอบสูตรยาสีฟันให้ทั้ง "คุณกฐิน" และ "คุณทิพย์" เพราะคุณทิพย์เองต่อมาก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน…
Image สังเกตว่ามีตรา "แจ่ม" ที่กล่อง
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Wed Oct 21, 2009 3:05 pm

ImageImage
สาวเจ้านี้มีชื่อเสียงระดับเป็นแคนดิเดทนายกีสภาสตรีแห่งโลก เธอยังคงใช้นามสกุลของคุณกฐินพ่วงนามสกุลใหม่หลังแต่งงาน
ดูประพิมพ์ประพายคล้ายภาพวาดสาว "วิเศษนิยม" อย่างนี้ จะไม่ให้คิดว่ามิใช่หลาน "ยายผิน" ได้อย่างไร
เธอคงวัยเดียวกับลูกพี่ลูกน้องชื่อ "เทศภักดิ์ นิยมเหตุ" (ลูกคุณทิพย์) ที่นักอ่านเรื่องแปลยุค "ชาวกรุง" ทศวรรษที่ 2510's ติดกันงอมแงม และนับถือว่าเป็นชั้นครูจนถึงวันนี้


ผมมีปัญหาว่าจะต่อเรื่องนี้อย่างไรอีกแล้วครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Wed Oct 21, 2009 5:48 pm

ระหว่างนี้ ขอคั่นว่า..."งานพระราชทานเพลิงศพนางผิน แจ่มวิชาสอน ท.ม. (ผิน นิยมเหตุ) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2512 ...สมเด็จพระราชชนนี ทรงเสด็จไปเป็นองค์ประธานพระราชทานเพลิง...สุภาพสตรีตัวอย่างของสังคมไทยท่านหนึ่ง ผู้ประกอบคุณงามความดีเพียบพร้อมทั้งจริยาวัตรอันงดงามต่อบุพการีและบุคคลทั่วไป เป็นผู้ใฝ่หาความรู้ สามารถเรียนการเขียนการอ่านภาษาไทยได้ด้วยตัวท่านเองตั้งแต่ยังเยาว์ จัดการการบ้านการเรือนได้เยี่ยมยอด เป็นผู้มีความอุตสาหะเป็นเลิศ ทั้งยังยึดมั่น ถือมั่นในคุณธรรม เป็นพุทธบริษัทที่ดี เป็นที่พึ่งพาทางใจของบุคคลรอบข้าง ประวัติของท่านนั้น ใครได้ทราบย่อมอดมิได้ที่จะนึกยกย่องและใคร่จะนำมาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน จะมียกเว้นก็คงเป็นเรื่องการกราบไหว้สามีกระมัง ที่ในสมัยนี้ คงจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างแน่นอน แต่เปรียบกับในสมัยก่อน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงามสำหรับหญิงผู้เป็นภริยาพึงกระทำต่อสามีทีเดียว"
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=94912


อารยานึกถึงแม่พลอย แม้แม่พลอยมีลูกชาย 2 ติดมาจากคุณเปรมอีก 1 ก่อนได้ลูกสาวเป็นประไพ และแม่ผินของหลวงแจ่มฯไม่มีลูกชายเลย แต่หากพูดถึงอายุแล้ว แม่พลอยของเจ้าคุณเปรม กับ แม่ผินของคุณหลวงแจ่มฯ รุ่นราวคราวเดียวกัน ผมลองเทียบดูเล่นๆ
คุณทิพย์มีคุณเทศภักดิ์เมื่อปี 2482 ประมาณว่าคุณทิพย์เกิดปี 2455-56 (คุณทิพย์เสียและรับพระราชทานเพลิงปี 2533 คุณเทศภักดิ์เสียปี 2538) ตีซะว่าคุณกฐินเกิดปี 2458 ประไพลูกสาว คนสุดท้องของแม่พลอยน่าจะรุ่นเดียวกับคุณกฐิน ประไพมีพี่ชาย 3 คน (อ้น อั้น อ๊อด) น่าจะเกิดไล่ๆกันมาในทศวรรษ 2450s คือ 2450 '52 '54 ...เพราะตามวัยนี้ พอ 2475 ตาอั้นซึ่งจบวิชาการเมืองการปกครองจากฝรั่งเศสก็พอดีเข้าร่วมกับคณะราษฏร์ประมาณว่าก่อนเบญจเพศ ส่วนตาอ้นขณะนั้นจบได้ยศเป็นนายร้อยจาก จปร. ก่อนตาอั้นกลับจากนอกก็เป็นหนุ่มฉกรรจ์เข้าร่วมกบฏบวรเดช ต่อต้านคณะราษฏร์ในปีรุ่งขึ้น
(พี่น้องต่างแม่ 2 คนนี้มีโลกทัศน์ทางการเมืองต่างกันคนละขั้ว ขมิ้นกับปูนดีๆนี่เอง พูดกันไม่รู้เรื่องแบบเสื้อเหลืองเสื้อแดง ส่วนตาอ๊อดยังเลือกไม่ถูกว่าจะใส่สีอะไรดี แม่พลอยแสนระเหี่ยใจก็เห็นจะเป็นเรื่องการเมืองยุ่งๆที่ทำให้บ้านแตกได้ทุกที่นี่แหละครับ)
พวกลูกๆแม่พลอยกับลูกๆของแม่ผิน ถ้ายังอยู่ถึงขณะนี้ก็ไม่น่าจะมีใครอ่อนกว่า 90 ปี ไม่ว่าจะเป็นตาอ้น ตาอั้น ตาอ๊อด ประไพ คุณทิพย์ (สื่อฉบับหนึ่งรายงานเมื่อปี 2549 ว่าคุณกฐินอายุ 91 ปี) ก็อย่าลืมว่าหลวงแจ่มวิชาสอนบวชและสึกปี 2452 ร้อยปีผ่านมาพอดี ก่อนบวชก็เพิ่งแต่งงานได้ไม่ครบปี แม่ผินยังไม่ทันมีท้องแรกหรือคลอดในปี 2451 กระมัง อย่างเก่งคุณทิพย์ก็เกิดปีที่หลวงแจ่มฯบวช (2452) ถ้าอย่างนั้น ป่านนี้ลูกหลานอาจทำบุญ 100 ปีชาตกาลอุทิศส่วนกุศลให้คุณทิพย์ไปเรียบร้อยแล้ว
:ซิ่ง:

กลับมาที่แม่พลอยอีกรอบครับ...
ตาอ๊อดเรียนวรรณคดียุโรป มองโลกและชีวิตคนที่โลดแล่นกันไปในห้วงมหรรณพเหมือนเล่นกันไปตามบทที่กำหนดไว้แล้วบนเวทีละครโรงใหญ่ เป็นคนเดียวที่แม่พลอยได้พูดคุยไถ่ถามความเมืองให้คลายวิตกกังวลลงได้บ้าง เพราะชีวิตของแม่พลอยในสองแผ่นดินแรก (รัชกาลที่ 5-6) นั้นแสนจะเรียบง่าย เป็นอะไรที่คาดไว้ก่อนได้ ไม่มีคำถามว่าทำไม แต่หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในหัวใจของแม่พลอยเริ่มว้าวุ่นขุ่นข้องว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง รัฐธรรมนูญคืออะไร เป็นลูกชายของพระยาพหลฯตามที่ชาวบ้านลือกันหรือ ทำไมพระมหากษัตริย์จึงต้องเสด็จมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ นายกฯรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลแแล้วในหลวงเป็นอะไร ประชาธิปไตยมันมาจากไหน

ตาอ๊อดพยายมตอบแม่พลอยทุกคำถาม สบายใจขึ้น แต่ก็หาได้ลดความฉงนสนเท่ลงไป และดูเหมือนได้ฟังตาอ๊อดอธิบายมากเท่าไหร่กลับอยากตั้งคำถามมากขึ้นเท่านั้น แต่ตาอ๊อดก็ไม่เคยเบื่อที่จะพูดให้แม่พลอยฟังเพราะแม่พลอยไม่มีอะไรจะค้านเพราะไม่รู้จะบอกอย่างไรถ้าไม่เห็นด้วย จึงเป็นการสนทนาการเมืองระหว่างแม่ลูกที่น่าสนใจไม่น้อย ตาอ๊อดไม่มีปัญหาเพราะเห็นโลกมากว้างในกรอบวรรณคดีที่มีเริ่มต้นและลงท้าย บางครั้งก็แฮ๊ปปี้เอนดิ้ง แบบ "Ever after" ("แล้วเจ้าหญิงก็ครองรักกับเจ้าชายด้วยความสุขสำราญนับแต่นั้นมา") หรือบางครั้งก็จบลงแบบ "Tragedy" สยอง นองเลือด จากหลากหลายกรณีต่างยุคสมัยในประเทศยุโรปมาให้เปรียบเทียบ เปรียบต่าง และเปรียบเปรยได้กับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในกรุงเทพฯนับจากกลางปี 2475 แม่พลอยฟังตาอ๊อดเล่าเสร็จทีไรก็มักปรารภแทบทุกครั้งทำนองว่า "แม่ก็ฟังไปงั้นเองแหละตาอ๊อด แต่จะให้เข้าใจคงยากเพราะเกิดมาเป็นตัวเป็นตนจนป่านนี้ก็ไม่เคยเห็นบ้านเมืองมันวิปริตผิดเพี้ยนเป็นอาเภทถึงขนาดนี้ แม่จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกหรอก ขอบใจอ๊อดมากนะลูกที่พยายามพูดให้แม่ฟัง ที่แม่สบายใจก็เพราะได้นั่งคุยกับลูกอย่างนี้มากกว่า อยากให้ลูกๆอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน คุยกันเหมือนก่อนที่จะไปเรียนเมืองนอกเมืองนากัน กลับมาแล้วทำไมบ้านเมืองถึงเปลี่ยนไปหมดก็ไม่รู้ แม่อยากให้ทุกอย่างในบ้านเหมือนตอนที่ลูกยังเป็นเด็กๆรักใคร่กันอย่างพี่อย่างน้อง แม่ไม่ต้องการอะไรมากกว่านั้นแล้ว ลูกเอ๋ย"

คงเพี้ยนไปจากต้นฉบับบ้าง โปรดอภัยด้วยครับ (ต้องกลับไปอ่าน สี่แผ่นดิน อีกรอบ) :ดำน้ำ:
อารยาจำได้เพียงว่าตาอ๊อดกับแม่พลอยคุยเรื่องการเมืองกันเสมอๆ แต่แม่พลอยก็พูดถ่อมตัวเหลือเกินว่าไม่เข้าใจ อารยาคิดว่าถ้าแม่พลอยไม่เข้าใจจริงๆคงเบื่อที่จะฟังตาอ๊อดเล๊กเชอร์ไปนานแล้ว ก็เห็นคุยถูกคอกับตาอ๊อดคนเดียว ประไพน้องสาวก็ไม่ค่อยจะเอาแบบแม่บ้านแม่เรือนอย่างแม่พลอย คบกับคุณเสวี พ่อค้าหากินเซ็งลี้กับพวกญี่ปุ่นตอนสงคราม คุณเสวีเป็นเพื่อนตาอั้น ก็ไม่รู้คบกันได้อย่างไรเพราะเห็นตาอั้นคุยว่าตัวเองเป็นคนมีอุดมการณ์ถึงเข้าร่วมกับคณะราษฎร์ หรือว่าตาอั้นเป็นของปลอม สงสารก็แต่ตาอ้นลูกติดคุณเปรม หลังจากคณะราษฏณ์ปราบพวกกบฎบวรเดชในสมรภูมิเลือดทุ่งบางเขนแล้ว ก็มาติดที่บางขวางอยู่พักหนึ่งก่อนส่งไปขังลืมร่วมกับพวกกบฏนายสิบรวม 70 คนที่เกาะตะรุเตาตั้งแต่ปี 2481


แต่เดี๋ยวครับ ผมมีใบบอกสรรพคุณ"ยาสีฟันวิเศษนิยม" ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ได้ด้วย น่าทึ่งครับ!
:จูบ:

ImageImage
สังเกตทางซ้ายแสดงสถานะของเจ้าของตำหรับเป็นคุณกฐิน(2512)

ปฏิทินโฆษณา "วิเศษนิยม" ปี 2531
Image
Image
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Wed Oct 21, 2009 6:59 pm

“คุณทิพย์” เป็นลูกสาวอีกคนของนางผิน สมรสกับ "พ.ต.ต. เทียม เจียมวิจิตร" เหตุที่คุณ เทศภักดิ์ นิยมเหตุ (นักแปลหนังสือมือฉกาจยุค 2510's) ใช้นามสกุลของคุณตาหลวงแจ่มฯกับคุณยายผินเนื่องจากท่านไม่มีลูกชายจึงขอคุณทิพย์ไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมตั้งแต่เด็ก

เมื่อปี 2549 ผมยังได้ข่าวคราวคุณกฐินผ่านสือ ตอนนั้นท่านอายุ 91 ปี ดูแข็งแรงเกินวัย ยังเป็นเจ้าของโรงงานวิเศษนิยม ที่ สุขุมวิท 79 อ่อนนุช

อย่างไรก็ดี เชื่อว่า นางผินมอบสูตรยาสีฟันให้ทั้ง "คุณกฐิน" และ "คุณทิพย์" เพราะคุณทิพย์เองต่อมาก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน…
Image
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<< เห็นโลโก้ "แจ่ม" ชัดที่กล่อง>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ฉลากยาสีฟัน "ทิพย์นิยม" :"ยาสีฟันสมุนไพรขนานแท้ ช่วยในการดูแลสุขภาพอนามัยของเหงือก และฟันให้แข็งแรง คงทน ช่วยลดอาการเสียวฟัน คราบบุหรี่ หินปูน และกลิ่นปาก ลมหายใจหอมสดชื่นด้วยสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย
ส่วนประกอบสำคัญ : Glycerine, Sorbitol, Clove, Flavour
วิธีใช้ : ใช้แปรงฟันเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนหรือหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อสุขภาพของเหงือกและฟันที่แข็งแรง
ขนาด : หลอด 160 กรัม

บริษัท สมุนไพรทิพย์นิยม จำกัด
ที่อยู่ : 82/276277 หมู่ที่ 11 ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัท : ผลิตยาสีฟัน
ลักษณะกิจการ : การผลิตน้ำหอม เครื่องสำอาง และเครื่องหอมอื่น ๆ
ปีที่จดทะเบียน : 2541
-----------------------------------------------
The original Thai herbal toothpaste for healthy gum and teeth. Reduce plaque, tobacco and coffee stains. Keep your breath fresh and clean with natural herb extracts. No preservatives added.
Net weight : 160g.
Thipniyom - Herbal Toothpaste 160g.
Herbal Product : Thipniyom - Herbal Toothpaste.
Our Price : US$ 8
Status : Usually ships within 2-3 days.
( Free Worldwide Shipping )[/size][/color]
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: เกี่ยวกับ "ทิพย์นิยม"

Postby อารยา on Thu Oct 22, 2009 10:41 am

คุณแม่ทิพย์ นิยมเหตุ อุทิศที่ดิน ๑๑๒ ไร่ ๒ งาน ๗๕ ตารางวา สร้างวัดและโรงเรียนเพื่อทูลถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
http://74.125.153.132/search?q=cache:OTQSQpUlCbUJ

วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร
เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรีในพระนามาภิไธย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร

ชั้นและตำบล
วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหารเป็นวัดของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพสายสระบุรีกับอำเภอปากช่องบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๑๕๒ ก่อนถึงอำเภอปากช่องประมาณ ๘ กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในเขตตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

อาณาเขตของวัด
เนื้อที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด คุณแม่ทิพย์ นิยมเหตุ ได้อุทิศให้สร้างวัดและโรงเรียนขึ้น เพื่อทูลถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จำนวน ๑๑๒ ไร่ ๒ งาน ๗๕ตารางวา
ต่อมาพระเทพสุทธาจารย์ (หลวงพ่อโชติ คุณสัมปันโน) ได้ซื้อที่ดินเพื่อขยายเขตวัดไปทางทิศใต้อีก ประมาณ ๑๐๐ ไร่ ่
เพื่อสร้างสำนักวิปัสสนาถ้ำราชสุทธาจารย์ บ้านหนองน้ำแดง ส่วนหนึ่งมอบให้สร้างโรงเรียนพญาเย็นวิทยา กรมสามัญศึกษา จำนวน ๕๐ ไร่

ทรงพระราชทานนามวัด
เดิมทีเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๐๔ คุณแม่ทิพย์ นิยมเหตุ ได้มอบที่ดินให้แก่กรมการศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์จะสร้างวัดทางพระพุทธศาสนาและโรงเรียน หลังจากนั้นได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามวัดในนามของฝ่าละอองพระบาท และในกาลต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดว่า “ วัดวชิราลงกรณวราราม” เป็นวัดราษฎร์ธรรมดาซึ่งสร้างขึ้นโดยศรัทธาของประชาชน

ในหลวงเสด็จวางศิลาฤกษ์
ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
ซึ่งขณะนั้น ทรงมีพระชนม์ ๙ พรรษา ได้เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อันถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นของการก่อสร้าง

การดำเนินงานก่อสร้าง
ประมาณต้นปี ๒๕๐๘ ท้าวอินทรสุริยา พระอภิบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ปรารภถึงการก่อสร้างที่ยังคั่งค้างอยู่กับนางทิพย์ นิยมเหตุ และนางทิพย์ นิยมเหตุ พร้อมด้วยทายกทายิกาทั้งหลาย โดยการนำของนายปกรณ์ อังศุสิงห์ ปลัดกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ได้ขอให้กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ช่วยเป็นกำลังในการบริหารงานก่อสร้างและพัฒนาวัดนี้เพื่อเสริมสร้างพระบารมี จึงได้จัดให้มี คณะกรรมการดำเนินงานก่อสร้างวัดวชิราลงกรณวราราม ขึ้นประกอบด้วย
กรรมการฝ่ายสงฆ์
๑ . สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ( พิมพ์ ธมฺมธโร ) วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน
๒ . พระธรรมปาโมกข์ ( ทิม อุฑาฒิโม ) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
๓ . พระเทพสุทธาจารย์ ( โชติ คุณสมฺปนฺโน ) วัดวชิราลงกรณวราราม
กรรมการฝ่ายฆราวาส
๑ . ฯพณฯ พจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
๒ . นายปกรณ์ อังศุสิงห์ อดีตอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์
๓ . นายจรุง ตุลยานนท์ อดีตผู้ตรวจราชการภาค กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
๔ . เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทางหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
๕ . คุณหลวงแจ่ม คุณนายผิน วิชาสอน และนางทิพย์ นิยมเหตุ เจ้าของที่
๖ . ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายอำเภอปากช่อง

ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๐๘

ในหลวงเสด็จถวายผ้าพระกฐิน
ปี ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์ ณ วัดวชิราลงกรณวราราม และพระองค์ได้มีพระราชดำรัส กับพระเดชพระคุณ พระเทพสุทธาจารย์ว่า ..
“เมื่อวัดเจริญก็ควรให้โรงเรียนเจริญด้วย ขออาราธนาพระคุณเจ้าช่วยหาพระที่มีความรู้ความสามารถ มาช่วยอบรมศีลธรรมขั้นพื้นฐานของพระพุทธศาสนา และประเพณีอันดีงามของไทยแก่ประชาชนและเยาวชนของชาติ เพื่อเสริมพลังสามัคคีธรรม ในการพัฒนาประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต”
เมื่อพระคุณท่านได้ฟังพระกระแสพระราชดำริเช่นนั้นแล้วจึงมีหนังสือขอพระมหาเพิ่มกิตติวัฑฒโนต่อสมเด็จพระญาณสังวรวัดบวรนิเวศวิหารกรุงเทพฯและอีกหลายรูปเพื่อช่วยวางแผนดำเนินการตามแนวพระราดำรินั้น และในปีต่อมาได้มีการประกอบพิธีเปิดศูนย์ ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้นเพื่ออบรมหลักแห่งศีลธรรมแก่เยาวชน ณ วัดวชิราลงกรณวรารามเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๑ ตรงกับวันวิสาขบูชา

ทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง
พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ สถาปนาวัดวชิราลงกรณวราราม ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระเกียรติ
ในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ ขึ้น เป็น “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร”
เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๕


พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับวัด
-เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๑๐ ขณะที่ทรงนิวัติประเทศไทย ระหว่างหยุดเทอมการ ศึกษาจากประเทศอังกฤษ พระชนม์ ๑๕ พรรษา
ได้เสด็จแทนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อทรงประกอบพิธี เปิดซุ้มประตูเข้าวัดทางถนนมิตรภาพ

-วันพฤหัสบดีที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ ได้เสด็จแทนพระองค์ฯ ณ โรงหล่อกรมศิลปากร ทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธปฏิมากร
องค์พระประธานประจำพระอุโบสถ พระพุทธรูปองค์นี้ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานแบบพระพุทธลักษณะและขนาด พระราชทานพระนามโดยย่อว่า .. “พระพุทธมหาวชิราลงกรณ” (นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ นายช่างศิลป์ กรมศิลปากร ประจำพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเป็นผู้ปั้นแบบ และกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เป็นผู้เททองหล่อขัดแต่ง)

-วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๐ ได้เสด็จแทนพระองค์ฯ เพื่อทรงวางศิลาฤกษ์มณฑปครอบรอยพระพุทธบาท ซึ่งสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนทั้งหลังประดิษฐานบนยอดเขาอันสูงชัน ประกอบด้วยบันได ๑๘๐ ขั้น ซุ้มบันได ๒๕ ซุ้ม และหางพญานาคยาวเหยียดระหว่างขั้นบันไดขึ้นลง

-วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๔ ได้เสด็จแทนพระองค์ฯ ทรงประกอบพระราชพิธีตัดลูกนิมิตผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ

-วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ และปี ๒๕๓๗ ได้เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงถวายผ้าพระกฐิน นอกจากนี้ พระองค์ยังเสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย

ถาวรวัตถุภายในวัด
ถาวรวัตถุภายในวัด ประกอบด้วย พระอุโบสถ มณฑปรอยพระพุทธบาท พระนาคปรกบนยอดเขาศาลาการเปรียญศาลาแก้ว โรงเรียนพระปริยัติธรรม พระตำหนักกุฏิเสนาสนะต่างๆ หอระฆัง ฌาปนสถาน ฯลฯ

การศึกษาที่วัดจัดขึ้น
วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร นอกจากจะมีกิจกรรมหรือพิธีกรรมทางพระศาสนาแล้ว ยังถือเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาพระปริยัติธรรม ระดับอำเภอฝ่ายธรรมยุต เช่น เป็นสนาม สอบ ธรรมนวกะภูมิ และเป็นสนามสอบธรรมสนามหลวงประจำปี เป็นต้น ดังนั้น ทางวัดจึงได้จัดให้มีการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรทุกแผนก กล่าวคือ การศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา
นอกจากนี้ยังจัดให้มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าเยาวชนได้เข้ามาศึกษาอบรมในวันหยุดอีกด้วยกับ
พระเทพสุทธาจารย์ (หลวงพ่อโชติ คุณสัมปันโน) พระอริยสงฆ์องค์ระลึกชาติได้ ศิษย์เอกหลวงปู่ดูลย์ อตุโล อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดาอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา(ธรรมยุต)
และอดีตปฐมเจ้าอาวาสวัดวชิราลงกรณวราราม
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Thu Oct 22, 2009 1:44 pm

มาดูในส่วนของคุณกฐินที่ทำสาธารณกุศล อารยาพบรายการยกที่ดิน 30 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่5592, 5593, 5594, 5595 สี่แปลงติดกัน ด้านหน้าติดถนนปทุมธานี-ลาดหลุมแก้วกิโลเมตรที่ 3 ให้กระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2514 เพื่อใช้ในกิจการของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว การก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในจังหวัดปทุมธานี (และจากจังหวัดนนทบุรีด้วย) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2543 เปิดดำเนินการต้นปี พ.ศ.2544
http://www.oic.go.th/ginfo/asp/f_morein ... =G$0307332

ปี พ.ศ.2526 คุณกฐิน ได้บริจาคที่ดิน 16 ไร่เศษที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อสร้างศูนย์กิจกรรมยุวกาชาดเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มี “ศูนย์กิจกรรมยุวกาชาดผิน แจ่มวิชาสอน” ย่านบางแคเหนือแห่งเดียว ทั้งนี้เพราะเห็นว่าสถานศึกษามีความต้องการใช้บริการมากขึ้น และที่เดิมไม่เพียงพอ
เริ่มถมที่และก่อสร้างตึกอำนวยการและห้องประชุมปี พ.ศ.2534
ปี พ.ศ. 2535 ก่อสร้างอาคารพัสดุและสาธารณูปโภค ปี พ.ศ.2536 ก่อสร้างอาคารพัก ปี 2537 ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ ปี พ.ศ.2539 โดยใช้งบประมาณจากกรมพลศึกษา
ทางการให้นามว่า “ศูนย์กิจกรรมยุวกาชาด กฐิน กุยยกานนท์"

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2510 "แม่ผิน" ได้บริจาคที่ดินให้กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจำนวน 6 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา ในย่านบางแคเหนือ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มูลค่าขณะนั้น 1,023,600 บาท เพื่อใช้จัดสร้าง "ศูนย์กิจกรรมอนุกาชาดผิน แจ่มวิชาสอน” ดังกล่าว
ศูนย์นี้ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 408 ซ.100 ถ.เพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มีพิธีเปิดทำการเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2521
กระทรวงการคลัง รับขึ้นทะเบียนเป็นราชพัสดุทะเบียนเลขที่ 23310 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2510
http://www.bureausrs.org/index.php?lay= ... &Ntype=777



เศรษฐีเก่าทำแต่ธุรกิจรวยแล้วไม่ทิ้งภารกิจสังคมสงเคราะห์ เศรษฐีใหม่รวยแล้วอยากมีอำนาจด้วย
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Thu Oct 22, 2009 2:13 pm

หลวงแจ่มวิชาสอนบริจาค 10,000 บาทสมทบงบกระทรวงศึกษาฯสร้างโรงเรียนวัดไทรเมื่อปี 2493

โรงเรียนวัดไทร(ถาวรพรหมานุกูล) เดิมเป็นโรงเรียนที่ทางวัดจัดตั้งขึ้นโดยมีพระภิกษุผู้มีความรู้ทางหนังสือสั่งสอน เรียนตามศาลาการเปรียญ ส่วนมากรับเฉพาะนักเรียนชาย นักเรียนหญิงจะเรียน ตามบ้านกันเอง เปิดสอนเมื่อ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๕ …….(เมื่อศาลาการเปรียญชำรุด จึงมีการหารือให้สร้างอาคารเรียนบนที่ดินของวัดบนเนื้อที่ ๕ ไร่เศษ) หลวงแจ่ม วิชาสอน ได้บริจาคเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งหมื่นบาท)
หลวงพรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อนุมัติเงินงบประมาณจำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นบาท) รวมเป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาท) สร้างอาคารเรียนแบบ ป. ๒ พิเศษ (อาคารหลังแรก) จำนวน ๑๐ ห้องเรียน ชั้นล่างโล่ง สร้างเสร็จเมื่อ ๑๐ มกราคม ๒๔๙๓...ให้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) http://www.watsai.ac.th/History.htm


ปี 2493 เงินเดือนครูประชาบาลประมาณ 500 บาทกว่าบาท อธิบดีไม่ถึง 4,000 บาท ทองบาทละยังไม่ถึง 400 แต่คุณหลวงควักเงินหมื่นบริจาคได้สบาย เทียบขณะนี้ก็ตกราวไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาืท
แน่นอนว่า ช่วงนั้น ยาสีฟันวิเศษนิยมครองตลาดยาสีฟันแบบไร้คู่แข่งมาแล้วร่วม 30 ปี
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: "วิเศษนิยม"

Postby อารยา on Thu Oct 22, 2009 2:50 pm

ปี 2502 หลวงแจ่มวิชาสอน มอบที่ดินครึ่งไร่ บ้านไม้สัก 2 ชั้น 2 หลัง ให้กระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนวัดสังข์กระจายเปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2502 โดยคุณหลวงแจ่มวิชาสอน เจ้าของยาวิเศษนิยม ได้มอบที่ดินประมาณครึ่งไร่และบ้านไม้สัก 2 ชั้น ให้ 2 หลัง พร้อมเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านให้กระทรวงศึกษาธิการเพื่อเป็นโรงเรียนรัฐบาล ...เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อ วันที่ 18 พฤษภาคม 2502 มีครู 1 คน คือ อาจารย์ทองเมือง เพ็งโสดา รักษาการตำแหน่งครูใหญ่ ทำการสอนนักเรียน 2 ห้องเรียน...
วันที่ 8 มิถุนายน 2502 กระทรวงศึกษาธิการจึงอนุมัติให้เปิดเป็นโรงเรียน และเพื่อเป็นเกียรติแก่หลวงแจ่มวิชาสอนและวัดสังข์กระจายวรวิหาร กระทรวงศึกษาธิการจึงอนุญาตให้ใช้ชื่อว่า โรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) โดยใช้อักษรย่อว่า ส.ส.จ ...สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน - รูปหอยสังข์วางอยู่บนพานทอง...


หลายปีผ่านไป...
ร.ร. วัดสังข์กระจาย (แจ่ม วิชาสอน) ตัวโรงเรียนเป็นไม้สักทั้ง ๒ ชั้น มี ๒ หลัง ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเป็นตึกปูนแล้ว อยู่ทางหน้าวัดด้านใต้ เดิมเป็นบ้านของหลวงแจ่มวิชาสอน กับภรรยา ถวายให้เป็นสมบัติของวัดพร้อมที่ดิน http://www.watsang.com/story.html


ยังมีโรงเรียน ผินแจ่มวิชาสอน ที่อยู่ : 323 หมู่ 10 ต ห้วยใหญ่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง ชลบุรี 20260 อีกแห่ง จะมีที่อื่นอีกหรือเปล่า ไม่ทราบครับ

แม่ผินถึงแก่กรรมปี 2512 ถ้าเช่นนั้น "บ้านวิเศษนิยม" 2 หลังริมคลองบางหลวงได้ถวายวัดเป็นวิทยาทานไปก่อนหน้านั้นถึง 10 ปี

ปี 2502 อารยาเคยตามผู้ใหญ่ไป "บ้านวิเศษนิยม" และพัก 1 คืน จำได้ว่าอากาศค่อนข้างเย็น ต้องปิดหน้าต่างชั้นบนก่อนนอนทุกบาน แต่ช่องลมจากบานเกร็ดก็พอรับลมจากคลองบางหลวงให้ถ่ายเทได้ลงตัว
เพิ่งระลึกชาติได้อีกนิดว่า วันนั้นตลอดบ่ายจนมืดได้ดูพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา "เซียปเกมส์" ครั้งปฐมฤกษ์ที่สนามศุภชลาศัย แล้วจึงมาที่ "บ้านวิเศษนิยม" คลองบางหลวงใกล้สะพานเจริญพาสน์
คืนนั้น อารยาไม่ทราบว่าเรือนไม้สักสองชั้นอีกหลังของหลวงแจ่มวิชาสอนและแม่ผินเพิ่งแปลงเป็นโรงเรียนไปตอนกลางปีนั้นเอง
แต่ภายในเรือนไม้สักทั้งหลังที่พักนั้นก็ไม่ถึงกับโทรม เพียงแต่ว่างเปล่า เพราะไม่มีใครในบ้านวิเศษนิยมครั้งอดีตอยู่ที่นั่นแล้ว

:ฝันดี:

Image
ปีนี้ "ซีเกมส์" ครั้งที่ 25 ที่ลาว
โอ! 50 ปีกับ "บ้านวิเศษนิยม" ที่ผ่านไป หลังจากอารยามีบุญได้พำนักเพียงชั่วคืน
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Re: นึกถึง "บ้านวิเศษนิยม" ที่คลองบางหลวง

Postby salao on Sat Dec 12, 2009 1:13 pm

แอบเข้ามาวางข้อมูลที่ได้มา
คาดว่าคงจะหลงหูหลงตาคุณอารยาไป
หรือไม่ก็ ป้าเสลามองไม่เห็นเองว่า คุณอารยาได้ลงไว้แล้ว

หลวงแจ่มวิชาสอน (แจ่ม นิยมเหตุ)ผู้คิดสูตรยาสีฟัน วิเศษนิยม
เป็นผู้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตของท่านตลอดมา
ประกอบด้วยชีวิตที่เฟื่องฟูในกิจการค้ามีชื่อเสียงผู้หนึ่งในเมืองไทย
มีโรงงานยาสีฟันวิเศษนิยม

เคยเป็นครูโรงเรียนมัธยมวัดนวลนรดิศ(โรงเรียนวัดนวลนรดิศ) เมื่อ พ.ศ. 2472
ได้เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเบญจมบพิตร(โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน) คนที่9 พ.ศ. 2472 - พ.ศ. 2473
salao
 
Posts: 3
Joined: Tue Oct 13, 2009 11:08 pm

Re: นึกถึง "บ้านวิเศษนิยม" ที่คลองบางหลวง

Postby อารยา on Sun Dec 13, 2009 3:30 pm

ขอบคุณป้าเสลาครับ ผมก็แอบเข้าไปขยาย font ให้พรรคพวกได้เห็นจะจะครับ
แวะไปดู "อรุณสวสดิ์" อยู่ ว่างๆจะไป "drop a line" ครับ
User avatar
อารยา
 
Posts: 2088
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am


Return to สารคดี,การเมือง,ประวัติศาสตร์

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests