Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

"สามก๊ก" ... เสวนา

พูดคุย ทักทาย ทำความรู้จัก

Postby GeMiNi on Mon Mar 17, 2008 6:12 pm

ไม่เป็นไรครับ คุณติดตาม ตอนนี้เรากำลังคุยเรื่อง “คม ..(อะไร ต่อมิอะไร)..” กันอยู่
ยอมรับว่า ทุกวันนี้ ถ้าผมนึกถึง มุข
“คม ... อุยเอี๋ยน” ของคุณตาทุ้ยขึ้นมาทีไร
เป็นต้องนั่งขำคนเดียวทุกที จนคนข้างๆ งง นึกว่าผมบ้า


ผมอ่าน Link ที่คุณน้องเดียวให้มาแล้วน่าสนใจมากครับ ผู้เขียนเขียนได้ดี และค่อนข้างน่าเชื่อถือ
แต่จริงหรือไม่จริงอย่างไร ผมก็ไม่รู้อยู่ดี ถือว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจ
ผมได้อ่านของขงเบ้ง และกวนอู แต่อ่านแบบรีบๆ พอจับใจความได้ เพราะยาวมาก
แล้วก็พยายามมองหาอุยเอี๋ยน นึกว่าจะไม่มีซะอีก
อ่านแล้ว พอจับใจความได้ว่ามีคนที่คิดคล้ายๆ ผมเหมือนกัน

เรื่องของอุยเอี๋ยนนี่ผมแปลกใจมานานแล้ว อ่านสามก๊ก ก็ไม่เห็นจะมีอะไรที่เลวร้ายมากมาย
ทำไมถึงดูเหมือนเป็นคนไม่ดี ในภาพของผู้อ่านส่วนใหญ่ไปได้ มองย้อนไปดูข้อเสียของเขา
ก็มีน้อยมาก ถ้าเทียบกับ เตียวหุย หรือ กวนอูด้วยซ้ำไป

จะมีที่รับไม่ได้จริงๆ ถ้าอ่านในหนังสือ คือ ประโยคสุดท้ายที่เขาพูด ว่า “ใครจะมาฆ่ากูได้” อะไรทำนองนี้แหละ
แล้วถูก ม้าต้าย ฟันฉับเข้าให้ ถือว่าเป็นตอนที่เขาขาดสติอย่างแรง


จำได้ลางๆ สมัยมัธยม มีสามก๊กอยู่สองสามตอน ที่เรียนในแบบเรียน
ที่แน่ๆ คือ ตอน จูล่ง ฝ่าทัพรับอาเต๊า ที่ทำให้คนไทยรู้จักจูล่งกันมาก
อีกตอนคือตอนขงเบ้ง นั่งดีดกระจับปี่ลวงสุมาอี้บนกำแพงเมืองเสเสีย และตอน ขงเบ้งจะตาย
พูดถึงเนื้อหาที่พอจำได้ลางๆ ในแบบเรียนตอนขงเบ้งจะตาย ในแบบเรียนว่าไว้ว่าขงเบ้งดูดาวแล้ว
เห็นดาวประจำตัวของตัวเอง ไม่สดใส ก็คุยกับเกียงอุย และทำพิธีต่ออายุ จุดโคมอยู่ในกระโจม ห้ามใครรบกวน
สุมาอี้รู้ข่าวก็ส่งทัพมารบกวน อุยเอี๋ยน เห็นทหารสุมาอี้มาร้องด่าก็โมโห พรวดพราดเข้าไปในกระโจมขงเบ้ง
เผลอเตะโคมต่ออายุของขงเบ้งดับ ตอนหลังขงเบ้งก็ตาย

ถ้าใครเคยเรียน ส่วนใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ฝังใจคือ ..แค้นอุยเอี๋ยนจริงๆ ไม่น่ามาเตะโคมให้ดับเลย
ประมาณว่า อุยเอี๋ยนคือผู้ร้าย ผู้ที่ทำให้ขงเบ้งตาย รวมทั้งผมด้วย
แต่สิ่งที่ผมเริ่มสงสัยตั้งแต่ตอนนั้นคือ ทหารระดับอุยเอี๋ยน ทำไมถึงไม่รู้ว่าขงเบ้งกำลังทำอะไรอยู่ในกระโจม

ผมอ่านตามลิงค์ที่คุณน้องเดียวให้มาแล้ว เขาให้ข้อมูลใหม่ๆ พอสมควร
เช่น เอียวหงี ไม่ถูกกับ อุยเอี๋ยน ถึงขนาดเป็นไม่เบื่อไม้เมาต่อกันเลย

(หรือผมเคยทราบข้อมูลนี้มาแล้ว แต่อาจจะลืมๆ ไปแล้วก็ได้)
ตอนนี้ที่จำได้คือ ตอนขงเบ้ง ยกไปเขากิสานครั้งที่หก เอียวหงี ก็ประมาณ บิ๊กตุ่น (แต่จริงๆ เอียวหงีไม่ได้เป็นนายพล)
ส่วนอุยเอี๋ยน ก็น่าจะ แถวๆ บิ๊กป๊อก หรือ บิ๊กอะไร ที่คุมกำลังรบ (นี่พูดถึงเฉพาะตำแหน่งอย่างเดียว)
ผู้เขียนให้มุมมองว่า อาจเป็นไปได้ ที่ เอียวหงี กับอุยเอี๋ยน ขัดแย้งกัน
หลังขงเบ้งตาย ไม่มีผู้ใหญ่คอยห้ามศึก เอียวหงีชนะ ฆ่าอุยเอี๋ยนได้ เลยเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ ก็เป็นมุมที่น่าสนใจดี

หรือที่บอกว่า ขงเบ้งเห็นอุยเอี๋ยน มีกระดูกงอกตรงท้ายทอย เลยเกลียดอุยเอี๋ยน
ที่แน่ๆ คือผมรู้ว่าขงเบ้งเกลียดอุยเอี๋ยน แต่เรื่องกระดูกอะไรนี่ ผมไม่แน่ใจว่าขงเบ้งไปเห็นเมื่อไหร่
เพราะเจอกันครั้งแรก ที่เมืองซงหยง ก็เห็นกันไกลๆ และอุยเอี๋ยนไส่เกราะด้วย
เจอกันครั้งที่สอง ยังไม่ทันเห็นท้ายทอย แค่เห็นหน้าก็สั่งให้ฆ่า แต่อาจจะไปแอบสืบมาก่อนหน้านี้ก็ได้

(แต่คิดว่าคงเห็นตอนนี้แหละ ก้มๆ เงยๆ พอเห็นท้ายทอย เลยสั่งฆ่าซะเลย)

พอดีสองวันนี้ไม่ได้ดู กลับมาบ้านแล้วเพลียมาก นอนสลึมสลือ เปิดดูหลับๆ ตื่นๆ
ตื่นมาอีกทีได้ยิน score ตอนจบ เลยนอนฟังต่อจนหลับต่อไปอีก
(อีกสาเหตุหนึ่ง ที่ชอบดู เพราะผมชอบฟังเพลงตอนจบนี่แหละ)
แต่ตอนคืนวันศุกร์ได้ดู ตอนนางซุนฮูหยิน เห็นความเด็ดเดี่ยวของซุนฮูหยินแล้วตื้นตันใจจริงๆ
แต่พอได้อ่าน
(ตามลิงค์ของคุณน้องเดียวให้มา) แล้ว เริ่มระแวง สงสัยโน่นนี่ ว่าจริง ไม่จริงอีก
ทำไปทำมาความคิดชักเริ่มพันกัน ว่าเอ๊ะ นี่เราวิจารณ์วรรณกรรม หรือ จะจับผิดบุคคล


อันว่าวรรณกรรมสามก๊กนั้น มีฉบับเดียว คือ ฉบับ ล่อกวนตง หรือหลอกว้านจง ตามแต่ถนัด
ฉบับอื่น ไม่ว่าจะเป็นพงศาวดารของเฉินโซ่ว เป็นเพียงจดหมายเหตุ
ที่เฉินโซ่ว ได้รับบัญชา ให้บันทึกไว้ตอนมารับใช้อยู่วุยก๊ก
หลังจากจ๊กก๊กล่มสลายไปประมาณหนึ่งชั่วอายุคน (หรืออาจน้อยกว่านี้นิดหน่อย)
หลังจากนั้นอีกเกือบหนึ่งพันปี (มั๊ง) ล่อกวนตง นำพงศาวดารฉบับนั้นมาเขียนเป็นเรื่องเป็นราว ผูกต่อกัน
มีอารมณ์ของตัวละคร มีรัก มีโลภ มีโกรธ มีหลง ผูกกันเป็นเรื่องเป็นราว
จึงเกิดเป็นวรรณกรรมสามก๊ก ฉบับนี้แหละ ที่แพร่หลายไปทั่วโลก ให้เราได้มาอ่านกัน
ซึ่งรสชาติของวรรณกรรม ก็มีทั้งอารมณ์ที่เกิดจากสำนวนการเขียน ลีลา หรืออารมณ์ที่ได้รับจากเนื้อเรื่อง
ว่าสมหวัง ผิดหวัง น่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้ ฯลฯ
ทีนี้พอเรารู้ว่า เค้าโครงมาจากเรื่องจริง ก็เลยอดเอาไปเทียบกับบันทึกของเฉินโซ่วไม่ได้
อันนี้แล้วแต่มุมมองครับ ถ้าใครอ่านแบบวรรณกรรม จะได้รสชาติของวรรณกรรม
แต่ถ้าใครจะจับผิดผู้แต่ง คงจับผิดได้อีกเยอะ ถ้ามีข้อมูลเพียงพอ
เพราะวรรณกรรมสามก๊ก น่าจะถูกแต่งเพิ่มมากว่า เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่งั้นคงอ่านแล้วไม่อินขนาดนี้
ส่วนฉบับของ เหมาจงกัง คงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

แต่สิ่งที่ผมได้จากการอ่านสามก๊ก ก็คล้ายๆ กับดูหนังที่มีสาระเรื่องหนึ่ง
จากประสบการณ์ ผมเชื่อว่า ใครที่อ่านสามก๊กแล้ว ส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละแปดสิบขึ้นไป) ไม่ได้อ่านจบเดียวแน่ๆ
ใครบอกว่า คนอ่านสามก๊กสามจบ คบไม่ได้ อาจไม่ใช่ความจริง
ผมอ่านแล้ว รู้สึก (ไปเอง) ว่ารู้จักเข้าใจสถานการณ์ของคนอื่นมากขึ้น เอาใจเขามาใส่ใจเรา มากขึ้น
มีหลายอย่างที่ผมเอาไปปรับ นำเอาไปใช้ได้
เช่นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชาในรูปแบบของโจโฉ (แต่ เมาแล้วแทงลูกน้องตาย นี่ไมเอานะ)
ผมชอบวิธีคิดของกุยแก ที่วิเคราะห์และนำเสนอจากเหตุ ไปหาผล
ของขงเบ้งก็อาจจะคิดคล้ายๆกุยแก แต่ขงเบ้งชอบฟันธงมากกว่า คล้ายๆ “ทำไปเหอะน่า .. กูรู้ดีกว่ามึง..”
เหมือนไม่สอนคนให้หาปลา แต่ชอบเอาปลาไปแจกคน หรือชอบคิด หรือจัดการแทนคนอื่น
อาจเป็นเจตนาของผู้เขียน ที่จะนำเสนอให้ขงเบ้งเหนือกว่าคนอื่น ดุจเทวดา แบบนั้น
รูปแบบของขงเบ้ง มีหลายอย่างที่คนอ่านเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย
เช่น การดูดาว แล้วรู้ว่าใครจะตาย หรือรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนี่ ผมเบื่อมาก
รวมทั้งการ ให้ถุงข้อความไปหลายๆ ถุง แล้วสั่งให้เปิดตอนนั้น ตอนนี้
เช่นตอนส่งเล่าปี่ไปแต่งงานที่กังตั๋ง ผมว่าขงเบ้ง ย่ามใจเกินเหตุ ถ้าพลาดนิดเดียว เล่าปี่ตายแน่
รวมทั้งเรื่องดักตีโจโฉ ที่แตกมาจากเซ็กเพ็ก เอาแบบ โจโฉหัวเราะที่ไร เป็นโดนเมื่อนั้น

ส่วนที่คุณตาทุ้ยทิ้งประเด็นไว้ ผมขอแสดงความเห็นดังนี้

ข้อสอง เรื่องฮันเหียนนั้น ตั้งแต่ผมเห็นคำว่า “คม ... อุยเอี๋ยน” ของคุณตาทุ้ยแล้ว
สมองผมก็นึกภาพ ฮันเหียน กำลังกระชับหัวไม้หนึ่งอันโปรด ที่เพิ่งถอยมาใหม่ อยู่หน้าแท่นทีออฟ
โก่งก้นนิดหน่อยพองาม กวัดแกว่งไม้ไปมา .... ตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ส่วนข้อหนึ่งนั้น อุยเอี๋ยนอยู่กับฮันเหียน ไม่มีผลงานเลยครับ เพราะฮันเหียนไม่เคยใช้
ก็คงต้องนั่งส่องพระต่อไป หากอยู่กับฮันเหียน (อาจด้อยเรื่องโปรโมทตัวเองในจุดนี้)

ไหนๆ แล้ว ก็ขอต่ออีกหน่อย
อุยเอี๋ยน มาอยู่กับขงเบ้ง ผลงานเพียบ เพราะขงเบ้งใช้เอาใช้เอา
เรื่องโปรโมตตัวเอง อุยเอี๋ยนก็ไม่เป็นรองใคร ขาดเพียงเปิดเว็บไซท์ กับ หนังสือ คม.. อุยเอี๋ยน เท่านั้น
แต่ขงเบ้งนี่สิ ใช้เอา ใช้เอา แต่ไม่ Support เขา อย่างนี้เป็นอะไรดี
ต่างกับเจ้าของต้นตำรับ คม ..... ตัวจริงนะ
โปรโมทแล้ว โปรโมทเล่า แต่เจ้านาย ไม่ยอมใช้ซักกะที
(หรือคนที่ใช้ ไม่ใช่เจ้านาย ....... ฮ่า ฮ่า ...ฮ่า ฮ่า ... ...)
GeMiNi
 
Posts: 137
Joined: Mon Mar 19, 2007 8:09 pm

Postby ติดตาม on Mon Mar 17, 2008 11:46 pm

[font=Tahoma]โอ๊ย ... เจ้าประคุณเอ๋ย คุณเจมินี่ ทำฉันหัวร่อน้ำหมากกระจายแล้ว

ทั้งคม ทั้งลึก และเชือดเฉือน ตอนท้ายก็เปรียบเทียบได้ใจจริง :หลอก: [/font]



มี[font=Times New Roman]เสริมอย่างหนึ่งตามประสาคนสติปัญญาแตกฉานแบบซ่านเซ็น ประเด็นหลักไม่เอา เอาแต่กาก ทิ้งแก่น นั่นก็คือ

อย่าให้ถุงข้อความพวกผู้หญิง แล้วสั่งให้เปิดตอนนั้น ตอนนี้

เพราะผู้หญิง แม่เปิดเรียบภายในไม่กี่วินาที ค่ะ


ไม่งั้นจะเป็นผู้หญิงได้ไงละคะ จริงไหม[/font]
User avatar
ติดตาม
 
Posts: 296
Joined: Sun Apr 22, 2007 2:25 pm
Location: กทม

Previous

Return to มุมสบาย

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests