Welcome
Welcome to <strong>อารยาฟอรั่ม</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

Arya's Book Club

Book/Film/Music/Sports

Arya's Book Club

Postby ทะเลสาบ on Sun Mar 09, 2008 2:03 pm

Image

ดิฉันรีบเข้ามาเพราะถึงเวลาเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องรับแขกที่บ้านเลย
ต้องตื่นแต่เช้ามาทำความสะอาดบ้าน แต่อยากจะเรียนเชิญคุณอารยาช่วย
เปิด Arya's Book Club ให้หน่อย โดยการแนะนำหนังสือดีที่คุณกำลัง
อ่านอยู่ชนิดที่วางไม่ลงเลยทีเดียว พร้อมกันนี้หลังจากคุณอารยาเปิดสมาคม
แล้ว ก็ขอเรียนเชิญเพื่อนสมาชิก เข้ามาแนะนำหนังสือดีให้กันและกัน ถ้าใคร
บังเอิญได้อ่านหนังสือเล่มไหนแล้วตรงกัน จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นกันได้

ดิฉันชอบอ่านหนังสือค่ะ อ่านทุกวัน แต่มีปัญหาไม่มีหนังสือภาษาไทยอ่าน
ไม่ทราบว่าที่เมืองไทยในตอนนี้ มีหนังสือดีอะไรบ้าง จะสั่งให้ใครช่วยซื้อก็
บอกไม่ถูก เลยได้มาแต่หนังสือธรรมะ เป็นส่วนใหญ่ ก็อ่านได้ เพราะเป็นแฟน
ท่านพุทธทาส,อาจารย์ส.สิวลักษณ์, อาจารย์เสรัยฐพงศ์, ดังตฤณ, ว. วชิรเมธี
และท่านปยุต ปยุตโต เป็นต้น

อยากได้ชื่อหนังสือดีแนวอื่นๆบ้างค่ะ จะเป็นความกรุณาแก่ดิฉันมากๆ
ไม่แน่นะค่ะ Arya's Book Club อาจช่วยทำให้หนังสือขายดี มีคนอ่านมาก
พอๆกับ Opra's Book Club ก็ได้ ใครจะรู้ ฮิ ฮิ ฮิ
:สนุก:
User avatar
ทะเลสาบ
 
Posts: 346
Joined: Sat Nov 17, 2007 9:10 am
Location: USA

Postby ติดตาม on Sun Mar 09, 2008 2:43 pm

[font=Tahoma]ลองอ่าน ๒ เล่มนี้ไหมคะ

Where Are You ?

กับ

Here I Am.

ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ...



เรื่อง พ่อ ของปองพล อดิเรกสาร ก็ดีนะคะ เล่าเรื่องประวัติศาสตร์สมัยพนะนเรศวร ได้เป็นนวนิยายเลย รายละเอียดใช้ได้

หากสนใจฉันจะส่งไปให้ด้วยความยินดียิ่งค่ะ[/font]
User avatar
ติดตาม
 
Posts: 298
Joined: Sun Apr 22, 2007 2:25 pm
Location: กทม

Postby อารยา on Sun Mar 09, 2008 2:59 pm

ภาพมันค่อยๆเผยจากบน เห็นหัวก่อนนึกว่าจะชวนคุยเรื่ออานาคอนดาที่ลุ่มน้ำ แอมะซ่อน
กลายเป็นหนอน + หนังสือ

จำเรื่อง "ทวิภพ" ทางทีวี (ของทมยันตี) ประมาณน่าจะก่อนคุณทะเลสาบจากเมืองไทย
ตอนนี้มีเวอร์ชั่นใหม่
หลังจากนางเอกเจาะเวลาไปหาอดีตในช่วง เซอร์ จอห์น บาวริ่งมาสยามปี 1855 สำเร็จเป็นครั้งแรก
ก็พบกับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เจ้าพระยายมราช et. al ประมาณว่าเธอแสดงความชื่นชมที่เห็นชนชั้นผู้นำของไทย
สั่งสมหนังสือ ตำหรับตำรามากมายทั้งไทยฝรั่ง ในห้องสมุดส่วนตัวของแต่ละท่าน
เธอว่าไม่น่าห่วงแล้วที่ไทยจะรับมือกับโลกาภิวัตน์ยุคนั้น จักรวรรดินิยมตะวันตกคงไม่เก่งกาจเกินไปกว่าคนไทยสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ดี เธอกล่าวด้วยเสียงที่ค่อนข้างเศร้าหมองกับเหล่าขุนนางชั้นมุขบุรุษว่า
"ท่านโชคดีที่ไม่ได้เห็นสยามในอีก 150 ปีข้างหน้า เพราะมีการวิจัยพบว่า เด็กไทยแห่ง "ภพ" นั้น
เขาอ่านหนังสือกันปีละ 6 บรรทัดโดยเฉลี่ยต่อคน เท่านั้น

พวกเหล่าท้าวพระยาทั้งหลายได้ยินดั่งนั้น ต่างก็ถึงกับร่ำไห้ออกมาจนน้ำตานองหน้าปิ่มว่าจะขาดใจในบัดดล
พลางถามเหมือนนัดกันไว้ว่า
แล้วพวกมันจะรักษาเอกราชของชาติไว้ได้อย่างไรกัน

ไม่มีอะไรครับ คุณทะเลสาบคิดอย่างไร กับดำริตั้ง "บุคลัภย์"ครั้งนี้
User avatar
อารยา
 
Posts: 2101
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby tiger mask on Sun Mar 09, 2008 11:05 pm

อย่างไรก็ดี เธอกล่าวด้วยเสียงที่ค่อนข้างเศร้าหมองกับเหล่าขุนนางชั้นมุขบุรุษว่า
"ท่านโชคดีที่ไม่ได้เห็นสยามในอีก 150 ปีข้างหน้า เพราะมีการวิจัยพบว่า เด็กไทยแห่ง "ภพ" นั้น
เขาอ่านหนังสือกันปีละ 6 บรรทัดโดยเฉลี่ยต่อคน เท่านั้น

ผมเองฝึกฝนลูกให้รักการอ่านตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องแม่
ทุกคืนแฟนผมจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง

ผมว่ามันมีส่วนช่วยมากๆเพราะทุกวันนี้ลูกผมรักการอ่านหนังสือมาก
ชอบเข้าไปamazon.com ให้ผมสั่งหนังสือมาให้อ่านเสมอ
เวลาไปต่างประเทศก็จะไปขนหนังสือกลับมาเป็นกระเป๋า
เวลาไปห้างก็ชอบไปร้าหนังสือซื้อหนังสืออ่าน
ทุกอาทิตย์จะต้องบอกให้พ่อพาไปร้านkinokuniyaเสมอ

ลูกคนโต10คนเล็ก6 อายุแค่นี้แต่หนังสือมากมายก่ายกอง
จนผมต้องทำตู้เก็บหนังสือให้ใหม่ หนังสือมากกว่าผมเสียอีก

ผมบอกลูกเสมอว่าถ้าซื้อของเล่นหรือของไร้ประโยชน์นานๆครั้งพ่อจะให้
แต่หากลูกซื้อหนังสือ พ่อไม่ห้ามเลยจะซื้อกี่เล่มก็ได้ ซื้อได้เต็มที่

พอเห็นอาจารย์โพสว่า เด็กไทยอ่านหนังสือกันปีละ 6 บรรทัดโดยเฉลี่ยต่อคน
มันสะท้อนให้เห็นประเทศชาติในวันข้างหน้าได้เลยว่าเป็นอย่างไร
และยิ่งจะมาตัดภาษาอังกฤษออกในการสอน ยิ่งบ้ากันใหญ่

ใช้อะไรคิดกันก็ไม่รู้พวกหลังเขา
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby ทะเลสาบ on Mon Mar 10, 2008 9:06 am

สวัสดีค่ะ

ดิฉันเข้ามาตั้งหัวข้อไว้ตอนดึก ก็เลยไม่ได้อธิบายอะไรยาวมากมายนัก
เท่าที่ดิฉันคุยมากับทุกท่านในบอร์ดนี้ การแสดงความคิดเห็นแสดงให้เห็น
ถึงการใส่ใจไขว่รู้ใร่องราวต่างๆ คุณสมบัติเช่นนี้ต้องเป็นนักอ่านค่ะ
ดิฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดและย้ายเข้ากรุงเทพฯเมื่อวัยรุ่น ไม่มีอะไรดีกว่าหนังสือ
เงินค่าขนมเป็นค่าหนังสือหมด ดิฉันคิดว่าหนังสือเปลี่ยนแปลงชีวิตของดิฉัน
ไปในทางที่เจริญขึ้น หนังสือจึงเป็นมีตรแท้ที่ไม่เคยห่างกายของดิฉัน

ลูกสองคนของดิฉันก็ได้รับมรดกนี้ ทั้งสองคนเป็นนักอ่านชั้นยอด คืออ่านได้ดี
กว่าระดับชั้นของตัวเองมาก เหมือนลูกคุณหน้ากากเสือ ให้เลือกว่าจะไปไหน
ขอไปร้านหนังสือและห้องสมุดก่อน การอ่านดีกว่าดูทีวีเพราะสร้างจินตนาการได้
มากกว่า ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่อเมริกา ไม่ค่อยจะได้ซื้อหนังสือให้ตัวเอง เพราะอยาก
อ่านเรื่องอะไร ก็วิ่งไปห้องสมุด เขามีหน้าที่หามาให้เรา เมื่อหาจากที่อื่นไม่ได้
รอจนมีงบประมาณเขาก็จะซื้อใหม่มาให้อ่านเลย เอาออกมาได้ครั้งละ ๔ สัปดาห์
ถ้าไม่ใช่หนังสือใหม่ และต่อเวลาได้เรื่อยๆถ้าไม่มีคนรอคิว หนังสือใหม่หรือ
นิตยสารจะได้แค่ ๒ สัปดาห์ และไม่จำกัดจำนวน จะยืมกี่เล่มก็ได้

เมื่อลูกๆยังเรียนชั้นประถม ดิฉันทำงานที่โรงเรียนเพื่อจะได้ดูลูกใกล้ๆ ก็ทำงานห้อง
สมุด ที่นี่เด็กๆสามารถอ่านได้มากกว่าเพื่อนชั้นเดียวกัน โดยเราจะมีการสอบระดับ
การอ่านทุกคนก่อนที่จะ ยืมหนังสือออกไปจากห้องสมุด เด็กที่เข้าโครงการอ่าน
นอกเวลาสามารถยืมหนังสือได้ครั้งละ ๒ เล่มต่อสัปดาห์ หนังสือในโครงการเมื่อ
อ่านแล้วต้องสอบด้วย ก็สอบด้วยคอมพิวเตอร์ รู้ผลทันทีว่าสามารถอ่านเล่มที่ยากขึ้นได้
หรือไม่ คะแนนที่ได้ก็ไปนับรวมกับวิชาภาษาอังกฤษ ดิฉันเป็นแม่งาน Book Fair
ปีละ ๒ ครั้งเพื่อหาทุนซื้อหนังสือให้โรงเรียนและซื้อหนังสือแจกเด็กที่ด้อยโอกาส
บางครั้งเราต้องมีการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการอ่านมากขึ้น Arya's Book Club
จึงน่าจะเป็นความคิดที่ดีนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณติดตามที่แนะนำหนังสือ แต่ไม่รบกวนถึงกับต้องส่งให้หรอกค่ะ
เพราะดิฉันจะมีพี่น้องส่งข้าวของเครื่องใช้ให้ทุก ๒-๓ เดือน แค่อยากได้ชื่อหนังสือ
เท่านั้นเองค่ะ พูดง่ายๆค่ะคุณอารยา ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าทุกท่านที่เวปบอร์ดนี้
เลือกหนังสืออ่านที่ดีได้แน่นอน และท่านอื่นๆที่ไม่เคยแสดงความคิดเห็นแค่เข้า
มาอ่านเฉยๆ ก็จะได้รับการแนะนำหนังสือดีให้อ่านด้วย ถือเป็นการให้บริการแก่
สังคม และถ้าคนอ่านกันมากขึ้น ก็นับว่าเป็นประโยชน์นะค่ะ รอคุณอารยาแนะนำ
หนังสือเล่มแรกอยู่ค่ะ
User avatar
ทะเลสาบ
 
Posts: 346
Joined: Sat Nov 17, 2007 9:10 am
Location: USA

Postby ตาทุ้ย on Mon Mar 10, 2008 12:31 pm

ขอเป็นสมาชิก Arya's Book Club ด้วยคนนะครับ

ผมเดินร้านหนังสือบ่อย ส่วนมากจะเป็นเย็นวันอาทิตย์
ถ้าใกล้ๆงานสัปดาห์หนังสือ ก็จะจดชื่อรวมไว้ ไปซื้อทีเดียว ลด ๒๐ %
แล้วก็ตามอ่าน ตามเก็บไปเรื่อย ยินดีส่งข่าวและวิจารณ์หนังสือครับ
ผมอยากให้รวมถึงหนังสือเก่าด้วย หนังสือที่ออกมานานแล้ว

อย่างตอนนี้ ผมกำลังหา " ราชมรรคา " ( La Voie Royale )
ของอังเดร มาร์ลโรซ์ ฉบับภาษาไทย แปลโดย วัลยา วิวัฒน์ศร สนพ. ผีเสื้อ

เป็นเรื่องเกี่ยวกับเส้นทางอารยธรรมโบราณของเขมร จากเมืองพระนคร ถึงภาคอิสาน
เดี๋ยวนี้หาหนังสือไม่ได้แล้ว ต้องดูตามห้องสมุดอย่างเดียว

ผมอิจฉาฝรั่ง มีห้องสมุดอยู่เยอะตามชุมชน ดังที่คุณทะเลสาบเล่ามา
ประชาชนที่ใฝ่รู้ ก็จะมาค้นคว้า ทำให้ห้องสมุดคึกคัก

ผมเคยเห็นห้องสมุดระดับอำเภอของไทย ปิดทั้งวัน ถามว่าเลิกแล้วเหรอ ?
เขาบอกว่าไม่เลิก แต่บรรณารักษ์ไปธุระ เพราะเปิดไว้ก็ไม่มีคนเข้ามาอ่าน
เปิดทั้งวันก็มีแต่บรรณารักษ์หนึ่งคน กับควายอีกสองตัวกินหญ้าอยู่หน้าห้องสมุด
ถ้าควายอ่านหนังสือออก บรรณารักษ์คงจูงเข้ามาอยู่ข้างในห้องสมุดแล้ว

อนาถใจกับสังคมไทยไหมครับ ?

ผมว่าบางพื้นที่น่ัะ อ่านกันไม่ถึง ๖ บรรทัดต่อปีหรอก
User avatar
ตาทุ้ย
 
Posts: 586
Joined: Sun Mar 18, 2007 12:06 pm
Location: เมืองนนท์ ประเทศไทย

Postby อารยา on Mon Mar 10, 2008 3:00 pm

tiger mask wrote:และยิ่งจะมาตัดภาษาอังกฤษออกในการสอน ยิ่งบ้ากันใหญ่

ใช้อะไรคิดกันก็ไม่รู้พวกหลังเขา


คุณเสือครับ ดีใจที่ทราบว่าลูกๆของคุณโชคดีที่มีพ่อแม่รักลูกถูกทางครับ

เรื่องภาษาอังกฤษที่ถูกลดชั้นมิให้เป็นภาษาที่สองไปโดยปริยายในระบบการเรียนการสอนขั้นอุดมศึกษาเป็นมติของ
"ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทั่วประเทศ" มีชื่อย่อว่า ปอท.

ส่วน "ที่ประชุมสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ" มีชื่อย่อว่า ปมท.
เป็นอีกองค์กร ทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงรั้ง(counter balance)มติของ ปอท. ในระดับประเทศ
โดยมีประธานสภามหาวิทยาลัยของแต่ละแห่งที่ได้รับการเลือกตั้งมานั่งประชุมแทนอาจารย์ฯทั่วประเทศ

ระบบของ ปมท. มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยมากกว่าของ ปอท. ที่มาโดยตำแหน่ง

(แต่ละมหาวิทยาลัยมี "ที่ประชุมคณบดี" ที่มาจากทุกคณะ ก็ต้องมี "สภาคณาจารย์"
มาฃ่วยตรวจสอบในเรื่องต่างเกี่ยวกับกิจการทั้งทางวิชาการและบริหารของมหาวิทยาลัย แทนอาจารย์ทั้งสถาบัน)

ประเด็นที่ผมสนใจคือ หลังจาก ปอท. มีมติไม่ต้องทดสอบคนที่จะเป็นปัญญาชนของชาติในอนาคต
ว่าควรมีความรู้ภาษากลางที่ชาวโลกเขาใช้สื่อแล้ว
ผมยังไม่ได้ข่าวว่าสภาอาจารย์ทั่วประเทศ (ปมท.) เดือดร้อนอย่างไร

คงใช้ฝ่าเท้ากรองเหมือนกัน เลยเห็นด้วยเหมือนกันหมด

เมื่อสมัยผมเรียนชั้นปีสอง มหาวิทยาลัยออกระเบียบว่า นิสิตตั้งแต่ปีสามถึงปีสี่ ไม่ต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
(ก่อนจะมีระเบียบนี้ บัณฑิตที่จบจากสถาบันนี้เรียนภาษาอังกฤษตลอด 4 ปี)
ถึงวันนี้ผมไม่ติดใจเรื่องนี้เท่าไหร่ คิดว่าคงไม่ผลกระทบต่อคุณภาพบัณฑิต
เนื่องจากพื้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษหลังจากทดสอบแล้วก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
แข็งแรงหนักแน่นเป็นทุนเดิมที่พอเพียงจะอ่านหนังสือพิมพ์ฝรั่งรู้เรื่อง
ไม่ได้น้อยไปกว่าเพื่อนที่ไปเรียนเมืองนอกอย่างมีนัยสำคัญ

และนั่นก็เป็นมาตรฐานเฉพาะสถาบันเดียว
แต่มติที่ใช้ทั่วไปกับมหาวิทยาลัยรัฐครั้งนี้ ผมเกรงว่ามหาวิทยาลัยจะผลิตบัณฑิตที่จะเป็นภาระกับสังคม
มากกว่าที่ปกติมีปณิธานให้เป็นผู้นำทางความคิด

หรือทุกวันนี้ยังเห็นว่ามีไม่พอ
Last edited by อารยา on Tue Mar 11, 2008 2:13 pm, edited 1 time in total.
User avatar
อารยา
 
Posts: 2101
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby อารยา on Mon Mar 10, 2008 6:38 pm

ถ้ายังขืนใช้มตินี้ มหาวิทยาลัยก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะมีการสอนภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับหรือเลือก

สมมุติมีคนบอกไม่เกี่ยว ถึงไม่ทดสอบตอนสอบเข้า แต่จะสอนซะอย่าง ไม่เห็นมีปัญหา

ผมขอบคุณมหาวิทยาลัยที่จะแหกคอกทำอย่างนั้น แต่อะไรจะเกิดขึ้น
เริ่มจากต้องสอบทำ placement จัดกลุ่มนักศึกษาเรียงตามระดับความรู้หรือภูมิหลังทางภาษา
และจะพบว่า กลุ่มเก่งสุดจะมีไม่เกิน 15 % ที่เหลือ จะหล่นไปอยู่กลุ่มเดียวที่ "ไม่กระดิกหู" พอกัน
ปัญหาต่อไปคือ หาผู้สอนเด็กกลุ่มใหญ่ ไม่เอาไหน นี้ยากที่สุด
สถาบันภาษาของแต่ละหาวิทยาลัย(ถ้าไม่ยุบ) จะตกใจกับเด็กใหม่ไร้ทักษะทางภาษาเกือบทั้งหมด
โทษเด็กก็ไม่ได้

หรือใครบอกได้ว่า คนสอบเอ็นที่ไม่มีการทดสอบภาษาอังกฤษติดส่วนใหญ่เก่งภาษาอังกฤษด้วย
เฉลี่ยแล้วมากกว่าระบบที่มีการทดสอบ
ผมไม่บังอาจคิดได้พิศดารขนาดนั้น

เทอมหน้านี้ก็ลงเอยว่า ไม่ต้องไปสอนภาษาอังกฤษนักศึกษาใหม่ในมหาวิทยาลัยรัฐทั่วประเทศ
เหตุผลมีอยู่ในตัวแล้ว: ตอนสอบเข้าเราไม่ต้องการคนรู้ภาษาอังกฤษมาเรียนในมหาวิทยาลัย!!

ผมเชื่อว่า มติอัปยศใช้ไม่นานก็เลิก
User avatar
อารยา
 
Posts: 2101
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby ตาทุ้ย on Tue Mar 11, 2008 12:07 am

ผมเชื่อว่าวงการศึกษาไทย ไม่พัฒนาไปไหนเลย ก็เพราะ " ครู " หรือบรรดา " นักวิชาการศึกษาทั้งหลาย "
ต่างคนก็อยากโชว์ฟอร์มว่าวิธีของตนนั้นดีเลิศประเสริฐศรี มันก็เลยออกมาเป็นหัวมังกุ ท้ายมังกรอย่างนี้

ผมจำได้ว่ามีอยู่ปีหนึ่ง กระทรวงศึกษาประกาศนโยบายว่า " คนพิการที่อยากเรียน ต้องได้เรียน "
ฟังดูแล้ว โอว...ความคิดของท่านดีจริงๆ แต่เอาเข้าจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น

โรงเรียนวัด(เทศบาล)ใกล้ๆบ้านผม เด็กพิการเข้าไปเรียนจริง แล้วต้องออกกลางคัน
เพราะว่าเพื่อนล้อเลียนความพิการของเด็กคนนั้น จนเด็กอาย อยู่ไม่ได้ โรงเรียนไม่ได้ช่วยอะไรเลย

มีอยู่ปีหนึ่ง ผมได้ยินมาจากหน่วยงานไหนไม่ทราบ ว่าคนไทยรู้หนังสือแล้วทุกคน
แต่อาจารย์ฯ มายืนยันแล้วว่า คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย ปีละ ๖ บรรทัด

ปีหน้ากระทรวงศึกษา ฯ อาจประกาศว่าสามารถสอนควาย ให้อ่านออกเขียนได้ ปรบมือให้หน่อย

เอาง่ายๆว่าสถาบันราชภัฎ มีหน้าที่อะไร ? ผลิตครูใช่ไหม ?
ผมว่าทำตรงนี้ให้ดี จะเป็นคุณูปการต่อชาติอย่างใหญ่หลวง

ไม่ต้องไปทะเยอทะยาน จะผลิตแอร์โฮสเตส ตอนนี้กะรวบ สบพ. ผลิตนักบินนั่นเลยเชียว
ผลิตนักโรงแรม นักวางแผนธุรกิจ ดูเหมือนราชภัฎ จะผลิตทุกอย่าง(เอ่ยชื่อเลยก็ได้ว่าสวนดุสิต)

ยกเว้น " ครูแท้ๆ " ที่ยังผลิตไม่ได้ เวรกรรมจริงๆ

แม่ผมเป็นครู ผมจึงรู้ว่าครูแท้ กับครูถ้วยนั้นต่างกันอย่างไร

เรื่องภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน ผมไม่เห็นเขาแถลงว่าทำไมจึงไม่ให้มีการสอบ
ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ หรืออาจเปิดสอบภาษาเกาหลีแทน

เอาไว้คุยกับดารา
User avatar
ตาทุ้ย
 
Posts: 586
Joined: Sun Mar 18, 2007 12:06 pm
Location: เมืองนนท์ ประเทศไทย

Postby ติดตาม on Tue Mar 11, 2008 12:19 am

คุณ ต๊า.....

ครูถ้วย !!
User avatar
ติดตาม
 
Posts: 298
Joined: Sun Apr 22, 2007 2:25 pm
Location: กทม

Postby ทะเลสาบ on Tue Mar 11, 2008 12:39 am

คุณติดตาม

ดิฉันอ่านความเห็นของตาทุ้ยผ่านไป ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เห็นด้วยกับทุกถ้อยคำ
จนมาเจอคุณย้ำ คำว่า "ครูถ้วย" นี่ละ หัวเราะก้าก ออกมาเลย ร้ายกาจจริงๆ
คุณตาทุ้ย หลอกดิฉันได้สบายๆ ฮิ ฮิ ฮิ
:สนุก:
User avatar
ทะเลสาบ
 
Posts: 346
Joined: Sat Nov 17, 2007 9:10 am
Location: USA

Postby อารยา on Tue Mar 11, 2008 10:59 am

"" :จูบ:
User avatar
อารยา
 
Posts: 2101
Joined: Mon Mar 19, 2007 7:38 am

Postby tiger mask on Tue Mar 11, 2008 12:06 pm

อาจารย์ ครับ ทุกวันนี้ผมยอมส่งลูกเรียนนานาชาติ
เพราะผมอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ และวิธีคิด
การกล้าแสดงออก ทั้งบนเวทีและหลังเวที
กล้าตัดสินใจ มีความคิดสร้างสรร อยู่กับการเรียน
ที่เป็นการปฎิบัติ ลงภาคสนามจริง ไม่ใช่อยู่แต่
ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆแล้วคิดเอาเอง

และไม่ใช่แบบที่ผมเจอมาท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง
แบกกระเป๋าไปโรงเรียนแทบหลังหัก เพราะต้องแบกของ
น้องอีก2คน

หากเมืองไทยไม่ปฎิรูปการศึกษา กี่ปีกี่ชาติมันก็อยุ่ตรงนี้
แล้วจะมีพวกหัวหมอ หัวเทวดา หัวเหลี่ยม มาชักจูงไปในทางที่ผิด
แบบที่เกิดในทุกวันนี้ คิดไปได้ไง " โกงไม่ว่า ขอให้กูมีกินมีใช้ "
ฮิบหายกันพอดี ถ้าคนในชาติคิดกันแบบนี้

ทุกวันนี้ผมต้องให้ลูกสอนภาษาอังกฤษ ศัพท์หรืออะไรไม่ได้ก็ถามลูก
นี่แหละคือความแตกต่างที่ผมเห็นได้ชัด ในตัวลูกผม
เมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ที่ยังอยู่ในระบบการศึกษาแบบไดโนเสา
ยิ่งมายกเลิกภาษาอังกฤษอีก อย่างนี้เอาไป

F-
Last edited by tiger mask on Tue Mar 11, 2008 12:14 pm, edited 1 time in total.
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby tiger mask on Tue Mar 11, 2008 12:11 pm

ผมว่าในบอร์ดนี้ เป็นนักเขียนกันทั้งนั้น

อีกหน่อยเราคงได้สนับสนุน หนังสือในเครือของเรากันเอง

คม...ติดตาม ตามเส้นทาง การเงิน การลงทุน

คม...ตาทุ้ย ตามเส้นทาง เอเซีย บูรพา

และหนังสือสำคัญ

คม...อารยา เกาถูกที่คัน ทันตามที่คิด

หวังว่าคงมีหนังสือดีๆจากที่นี่ออกไปตีตลาด

สร้างBrand ให้กับเวปที่นี่

ไปโลดครับ ลาว...พม่า...เขมร...เวียตนาม...

บุกถึงถิ่นแดนลุงแซม
:ซิ่ง: :ซิ่ง: :ซิ่ง:
ความดี...คนดี...ทำง่าย...คนชั่ว... ทำยาก... ความชั่ว...คนชั่ว...ทำง่าย...คนดี...ทำยาก
User avatar
tiger mask
 
Posts: 357
Joined: Sun Mar 18, 2007 1:29 pm
Location: Bangkok

Postby น้องเดีย on Tue Mar 11, 2008 12:16 pm

พูดถึงเรื่องครูแล้วผมก็อดไม่ได้

การปฏิรูปการศึกษาคงเป็นเรื่องใหญ่ เกินที่จะผมจะวิเคราะห์วิจารณ์

แต่ผมจะลองปฏิรูป ครู ดูนะครับ เอาเป็นว่าขึ้นกระทู้ใหม่เลยละกัน
User avatar
น้องเดีย
 
Posts: 36
Joined: Sun Mar 18, 2007 6:31 pm

Next

Return to Arya's Edutainment Club

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests